จริงๆ แล้วก็ไม่สำคัญอะไร
ยังไงสามการบ้านนี้ ก็ต้องให้กู้ผิงเซิงเลือกสักข้ออยู่ดี
กู้ผิงเซิงเหลือบมองหวงฟ่าน
หวงฟ่านไม่มีทางเล่นโหนบาร์เด็ดขาด เขาเป็นถุงน้ำหนักตัว 300 กว่าชั่ง แถมยังเป็นเด็กที่อ้วนที่สุดในห้อง ให้เขาทำโหนบาร์มาตรฐาน 20 ครั้ง สู้ให้เขาตายไปเลยดีกว่า
"ไม่ หัวหน้าห้อง อย่าเลือกผมเล่นโหนบาร์ อย่าเลือกผม! ต่อไปนี้คุณคือพ่อแม่บุญธรรมของผม คุณพ่อคุณแม่บุญธรรม!!" หวงฟ่านคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นทันที
กู้ผิงเซิงรู้สึกละอายใจจนเหงื่อตก
แต่การบ้านสอง... ก็เลือกไม่ได้เหมือนกัน
หลี่น่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาประจำห้อง จะให้เธอถอดเสื้อผ้าทั้งหมดยืนบนแท่นบรรยาย ก็ไม่ต่างอะไรกับให้เธอตาย...
สีหน้าหลี่น่าซีดขาว ตอนนี้เธอถึงเข้าใจแล้วว่าการมีสถานะเท่าเทียมกับนักเรียนหมายความว่าอย่างไร ถ้าหากหัวหน้าห้องลึกลับคนนี้เป็นพวกโรคจิตวิปริต...
หลี่น่าคิดว่าตัวเองก็พอมีหน้าตาอยู่บ้าง แถมยังชอบใส่ถุงน่องดำเย้ายวนในห้องเรียน...
เธอเองก็เข้าใจความคิดของเพื่อนร่วมชั้นชายบางคน หากถูกเลือกให้ทำการบ้านสองจริงๆ...
"ไม่ว่าหัวหน้าคนใหม่จะเป็นใคร คุณเลือกการบ้านสามเถอะ นั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว!"
เย่หวั่นซิง หัวหน้าห้อง จู่ๆ ก็ลุกขึ้นตะโกน
หวังจื่อหานลุกขึ้น ชี้นิ้วใส่จมูกเย่หวั่นซิง "เย่หวั่นซิง เธอหมายความว่าไง? เธออยากให้ฉันขึ้นไปเห่าหมาเหรอ?"
"อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องเล่นโหนบาร์ ไม่ต้องถอดเสื้อผ้า ไม่ใช่เหรอ?"
เพื่อนร่วมชั้นข้างๆ พูดขึ้น
"ใช่ การบ้านสามถึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด แน่นอน ถ้าไม่ได้จริงๆ การบ้านสองก็พอไหว..."
"ใช่ๆ เลือกการบ้านสอง..."
เพื่อนร่วมชั้นชายบางคนกระซิบกระซาบ
หลี่น่าสีหน้าซีดขาว เธอเป็นกังวลเหลือเกินว่าหัวหน้าห้องคนใหม่จะเลือกการบ้านสอง...
เธอยังไม่เคยมีแฟนเลยด้วยซ้ำ จะให้ถูกเพื่อนร่วมชั้นมองเห็นเรือนร่างไปทั่วแบบนี้หรือ?
"หวงฟ่านเป็นผู้ชาย ทำไมไม่เลือกหวงฟ่าน?"
ตอนนั้นเอง เพื่อนสนิทของหวังจื่อหาน จ้าวถิง ลุกขึ้นพูดว่า "หวงฟ่าน ถ้าแกเป็นลูกผู้ชาย แกก็ไปเล่นโหนบาร์ 20 ครั้งสิ จะให้อาจารย์หลี่ยืนโป๊บนแท่น หรือให้หวังจื่อหานไปเห่าหมาบนแท่น มันต่างอะไรกับการประจานให้ตายทั้งเป็น!"
"ใช่ๆ... หวงฟ่านผู้ชายตัวโตๆ เล่นโหนบาร์ไม่ได้เชียวเหรอ"
นักเรียนหญิงรูปร่างอ้วน ใบหน้าเต็มไปด้วยสิว พูดประชด
หวงฟ่านอึ้งไป เขามองถุงน้ำหนักตัวเอง แทบจะร้องไห้ไม่ออก
"ถ้า ถ้าผมทำได้ ผมคงไม่ผลัดผ่อนหรอก......"
ซูหยางเดือดดาลขึ้นมา "ไม่ใช่แล้ว คนหนักตั้ง 300 ชั่ง ผลสอบสมรรถภาพไม่เคยเกิน 40 คะแนน จะให้เล่นโหนบาร์ได้ยังไง? ให้เขากระโดดจากตึกสามชั้นลงมายังง่ายกว่าภารกิจนี้อีก! ไอ้เจ้าชั้นไขมันหนาๆ นั่น ต่อให้กระโดดจากชั้นสามลงมาก็ไม่แน่ว่าจะบาดเจ็บด้วยซ้ำ!
แล้วพวกเธอคิดว่าโหนบาร์มาตรฐาน 20 ครั้งมันง่ายนักเหรอ? บอกให้รู้เลยนะ 99% ของผู้ชายทำไม่ได้!"
"ใช่ๆ ฉันว่าพวกผู้หญิงแบบนี้ตั้งใจจะฆ่าหวงฟ่านชัดๆ"
...
"หัวหน้าห้องใหม่ ถ้าคุณเป็นผู้หญิง ก็เลือกการบ้านหนึ่งสิ! ผู้หญิงช่วยผู้หญิงไม่ดีเหรอ?
หวงฟ่านเล่นโหนบาร์ไม่ได้ก็เรื่องของเขา! แล้วก็ 99% ของผู้ชายทำไม่ได้ พวกคุณทำไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะทำไม่ได้!"
"แบบนี้ไม่ดีมั้ง แล้วก็มันไม่เกี่ยวกับชายหญิงด้วย... หวงฟ่านหนักขนาดนั้นยังไงก็เล่นโหนบาร์ไม่ได้ ถ้าเลือกการบ้านหนึ่งเขาต้องตายแน่ๆ..."
...
ในห้องเรียนเสียงดังอื้ออึง
กู้ผิงเซิงได้แต่หัวเราะเย็น เขาจำหน้าเด็กสาวพวกนี้ได้ทุกคน
ความเลวร้ายของมนุษย์ มันก็เป็นเช่นนี้
หวงฟ่านเพราะว่าอ้วนขี้เหร่ จึงไม่เป็นที่ต้อนรับในห้อง ถูกพวกนักเรียนหญิงรังเกียจถึงเพียงนี้
ต้องรู้ด้วยว่า นี่มันหนึ่งชีวิตคนนะ...
ทำการบ้านไม่สำเร็จคือถูกลบล้างได้เลย
แต่กลับกัน การบ้านสองกับการบ้านสาม อย่างน้อยก็ไม่มีใครตาย
และเมื่อครู่ กู้ผิงเซิงก็นึกขึ้นได้
ในคำอธิบายการบ้าน มีบอกหรือว่าเพื่อนร่วมชั้นทุกคนต้องอยู่ด้วย?
ไม่มีเลย
นั่นก็คือ ต่อให้เป็นหลี่น่าหรือหวังจื่อหาน ในที่ที่ไม่มีใครอยู่ ก็สามารถทำการบ้านให้สำเร็จได้
ชัดเจนว่าไม่ต้องมีใครตาย พวกหมูโง่พวกนี้
....
กู้ผิงเซิงไม่รีรอ เลือกการบ้านสามทันที
ไม่นาน ตัวอักษรสีเลือดก็ปรากฏขึ้น
【ตามการเลือกของหัวหน้าห้อง การบ้านที่กำหนดให้ห้องการเงิน 1221 วันนี้คือการบ้านสาม】
ชั่วพริบตา การบ้านอีกสองข้อก็ค่อยๆ จางหายไป
หวังจื่อหานโมโหจนหน้าบิดเบี้ยว "ไม่ต้องเดาเลย หัวหน้าห้องใหม่นี่ต้องเป็นผู้ชายแน่! ต่ำช้าที่สุด แล้วทำไมต้องให้ฉันไปเห่าหมาบนแท่นด้วย? ของต่ำ น่าขยะแขยง ผู้ชายไม่ได้เรื่อง! ทำไมผู้ชายถึงต่ำช้าอย่างนี้?"
เธอโกรธจนแทบบ้า แถมยังฝังใจแค้นหัวหน้าห้องลึกลับคนนี้มากด้วย
ซูหยางหัวเราะเย็น "เป็นไปได้ไหมว่า เขาเป็นคนปกติ ลงท้ายขบคิดด้วยตรรกะง่ายๆ ก็รู้แล้วว่าการบ้านสามคือทางเลือกที่ดีที่สุด แล้วเธอคิดว่ามันน่าอายนักเหรอ ถ้าเธอทำภารกิจสำเร็จ ยังจะได้รางวัลเพิ่มอีกต่างหาก แค่เห่าหมาบนแท่นเอง ถ้าเป็นผม ผม ยินดีจะขึ้นไปเห่าหมาเลยด้วยซ้ำ"
เด็กผู้ชายคนอื่นๆ ก็จ้องมองหวังจื่อหานด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
หวงเจียหาวลุกขึ้น เดินมาหยุดตรงหน้าหวังจื่อหาน แล้วเงื้อมือตบเธอหนึ่งฉาดจนเห็นดาวระยิบระยับ
"คำพูดพวกนี้ของเธอ ฉันไม่ชอบเลย ถ้าครั้งหน้าฉันได้ยินคำพูดที่สร้างความแตกแยกระหว่างเพศแบบนี้อีก ฉันจะถลกเสื้อผ้าเธอโยนไปที่สนามเด็กเล่น"
...
"ฉะ ฉันรู้แล้ว พี่หาว อย่า อย่าถอดเสื้อผ้าฉัน"
หวังจื่อหานตอบเสียงอ่อย ตอนนี้เธอว่านอนสอนง่ายเหมือนลูกแกะ
หวังจื่อหานไม่อยากหาเรื่องพวกนักเลงในห้องเลยจริงๆ
โดยเฉพาะในสถานการณ์ตอนนี้
กฎหมายอะไรนั่น ใช้ไม่ได้ผลแน่ๆ
"เอาล่ะ หวงเจียหาว ยังไงก็ตาม การตบตีคนอื่นไม่ใช่เรื่องถูก"
หลี่น่าเตือนอยู่ข้างๆ
หวงเจียหาวเดินกลับไปนั่งที่ เขาไว้หน้าหลี่น่า
ถึงแม้จะมีใจอยากเป็นหัวหน้าใหญ่ในห้องแบบเปิดเผย แต่หวงเจียหาวก็เข้าใจดีว่า การดิ้นรนเอาชีวิตรอดเพิ่งเริ่มต้น หลี่น่าในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา และเย่หวั่นซิงในฐานะหัวหน้าห้อง ก็ยังมีบารมีอยู่บ้าง
แน่นอน...
เมื่อเวลาผ่านไป ถ้าพวกเธอไม่มีความสามารถขึ้นมากับตัว บารมีแบบนี้ก็มีแต่จะลดลงเรื่อยๆ
"ทุกคนออกไปจากห้องเรียนก่อนเถอะ ตอนนี้หวังจื่อหานเตรียมทำการบ้าน เพื่อให้เธอทำสำเร็จง่ายขึ้น เราทุกคนอย่ามัวจ้องเธออยู่เลยจะดีกว่า"
เย่หวั่นซิงลุกขึ้นคุมสถานการณ์
หวังจื่อหานตาเป็นประกาย เธอลืมคิดถึงวิธีนี้ไปเลย นึกว่าจะต้องขายหน้าต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นทุกคนเสียอีก......
"ทำไมต้องออกจากห้องเรียน? เมื่อกี้หวังจื่อหานไม่ได้เกลียดพวกผู้ชายเรามากนักเหรอ?" ซูหยางทำเสียงฮึ่ม "ตอนนี้ผมมีสิทธิ์อะไรต้องออกจากห้องเรียน? แล้วถ้าผมไม่ออก เธอก็ทำการบ้านไม่สำเร็จสิ?"
"ใช่ จะให้พวกเราหลงตามใจเธอไปทำไม หลังจากที่เธอพูดจาเหลวไหลเกี่ยวโยงถึงชายหญิงแบบนั้น?"
เด็กหนุ่มอีกคนตะโกน
"นอกจากเธอจะขอโทษต่อหน้า ไม่อย่างนั้นพวกเราจะไม่ออกไป"
เสิ่นเช่อพูดขึ้นช้าๆ
เสิ่นเช่อเอื้อนเอ่ย หลายคนมองเขาไปด้วยความประหลาดใจ
ไม่มีอะไรอื่น
เสิ่นเช่อเก่งมาก ได้ยินว่าตอน ม.ปลาย เขาได้ 660 คะแนน แต่เดิมตั้งใจจะเข้ามหาวิทยาลัย top 10 แต่โชคร้ายที่กรอกคณะพลาด ทำให้หล่นมาที่มหาวิทยาลัยหยางเฉิง แม้ว่ามหาวิทยาลัยหยางเฉิงจะยอดเยี่ยม แต่ในปีนั้น สาขาวิชาการเงินของมหาวิทยาลัยหยางเฉิงคะแนนขั้นต่ำอยู่ที่ 600 กว่าๆ เท่านั้น
นั่นคือขาดไปตั้ง 60 คะแนน
นอกจากนี้ เขายังเป็นอัจฉริยะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ขั้นสูงได้คะแนนเต็ม เคยเข้าแข่งหลายรายการ ชิงทุนการศึกษามาไม่ขาดมือ ตอนนี้เพิ่งอยู่ปีหนึ่ง แต่เขาเริ่มเรียนเนื้อหาสำหรับสอบป.โทแล้ว พร้อมกันนั้นก็ยังเป็นกรรมการฝ่ายวิชาการของห้องด้วย
อย่างไรก็ตาม ตรงกันข้าม เสิ่นเช่อปกติเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูด โดยมากจะนั่งอ่านหนังสืออยู่ประจำในห้องเรียน ความสัมพันธ์กับคนอื่นไม่ค่อยดี
ดังนั้น ที่เสิ่นเช่อนำออกมาพูด ทำให้หลายคนรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
"พวกแกมันน่ารังเกียจ..."
หวังจื่อหานเดือดดาลขึ้นมา กำลังจะด่ากราด แต่ก็เหลือบไปเห็นแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึกของหวงเจียหาว
...
จนใจ เธอทำได้เพียงหันไปมองเย่หวั่นซิงด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ