ภายในห้องกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
อีไลราวกับถูกสาปให้หยุดนิ่ง หน้าอกขยับขึ้นลงแผ่วเบาตามลมหายใจ ในดวงตาสีทองมีแววตื่นตระหนกที่แทบสังเกตไม่เห็น
เขาพูดว่าอะไรนะ?
ชอบเจี่ยนหยวนงั้นหรือ?
“พูดอะไรของนายเนี่ย!”
เจี่ยนหยวนปฏิเสธทันควัน “เขาไม่มีทางชอบฉันหรอก อย่าพูดมั่วสิ อีไลจะโกรธเอานะ”
ใครถูกคาดเดาเรื่องแบบนี้ส่งเดชก็ต้องไม่พอใจทั้งนั้น
อีกอย่าง วันนี้เธอมาขอบคุณอีไล ย่อมต้องพูดเข้าข้างเขาอยู่แล้ว
คิดได้ดังนั้น
เจี่ยนหยวนก็กล่าวอย่างจริงจังอีกครั้ง
“อีไลแค่ไม่ชอบที่นายบุกรุกเข้าห้องคนอื่นโดยพลการเท่านั้นเอง”
เธอดึงชายเสื้ออีไลเบา ๆ “ใช่ไหม?”
ความตื่นตระหนกในดวงตาสีทองของอีไลแปรเปลี่ยนเป็นแววเย้ยหยันจาง ๆ หลังได้ยินคำพูดของเธอ
“อืม ใช่แล้ว”
เขาหัวเราะเบา ๆ “คำว่าชอบมันหนักหนาเกินไป จะมาเกี่ยวข้องกับฉันได้ยังไงล่ะ”
ยิ่งไปกว่านั้น
เจี่ยนหยวนก็ไม่ได้ต้องการความชอบจากเขาเลย
สถานะไกด์ทำให้เธอได้รับความรักใคร่เอ็นดูมากมายอยู่แล้ว
เธอไม่จำเป็นต้องใส่ใจความรู้สึกของเซนทิเนลที่ถูกเนรเทศมายังหอคอยดำแม้แต่น้อย
อีไลนึกถึงบทสนทนาครั้งก่อน ตอนเจี่ยนหยวนจากหอคอยดำไป ซึ่งจบลงอย่างไม่ราบรื่น
อีกฝ่ายไม่อยากอยู่ในหอคอยดำ
คงหนีห่างจากความชอบของเซนทิเนลแห่งหอคอยดำเป็นแน่
ชั่วพริบตา ความคิดซับซ้อนมากมายแล่นผ่านสมองเขา ทว่าหมิงลั่วชิงกลับเป็นคนคิดอะไรตรงไปตรงมา
“ถ้าอย่างนั้นนายใส่ใจเธอขนาดนั้นทำไม?”
หมิงลั่วชิงมองทั้งคู่ด้วยท่าทีเกียจคร้าน แล้วถามต่อ
“ฉันจำได้ว่าสัปดาห์นี้ไม่ใช่คิวทีมพวกนายที่จะรับการนำทางนี่”
รอยยิ้มของอีไลไม่เปลี่ยน เขาชี้แจงให้ตัวเองด้วยประโยคสั้น ๆ
