หลังจากเซิ่งจิ้นอวี่เผยหูกับหางออกมาแล้ว ดูเข้าตาขึ้นมากจริง ๆ
อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เจี่ยนหยวนอดคิดไม่ได้ว่าบนตัวเขาประทับตราตรวจโรคระบาดไว้หรือเปล่า
เธอไม่พูดอะไร
นั่นทำให้เซิ่งจิ้นอวี่เริ่มกระสับกระส่าย หางด้านหลังก็แกว่งตามไปด้วย
“เฮ้ ๆ ๆ สนใจฉันหน่อยไม่ได้หรือไง?”
ปกติเขามั่นใจในตัวเองเสมอ แต่เมื่อเจี่ยนหยวนเงียบ เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเห็นว่าเผยเอินซือดีกว่าเขา
ล้อกันเล่นหรือไง!
รูปร่างของเขาทิ้งห่างเผยเอินซือไปเป็นสิบช่วงถนน!
เผยเอินซือทนดูพฤติกรรมแบบนี้ของเขาไม่ได้
น้ำเสียงอ่อนโยนมีแววขุ่นเคืองแทรกอยู่เล็กน้อย
“เอาพลังงานเหลือเฟือของนายไปจัดการสัตว์กลายพันธุ์เถอะ อย่ามาถามคำถามไร้สาระกับเธอ”
เซิ่งจิ้นอวี่จิ๊ปากอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้เขามองสุนัขจิ้งจอกตัวนี้ไม่เข้าตา เพราะทั้งคู่เข้ากันไม่ได้
แต่ตอนนี้เขาคิดว่าอีกฝ่ายเกะกะ
เผยเอินซือกล่าวว่า “ถ้ายังมีธุระอะไร ก็มาหาฉันได้โดยตรง หรือไม่ก็เปลี่ยนเวลา เธอต้องกลับหอคอยขาวอีกสักพัก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซิ่งจิ้นอวี่ก็ยืดตัวขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก สายตายังคงจับจ้องเจี่ยนหยวน
“ฉันจำเรื่องนี้ไว้แล้ว ไว้เจอกันคราวหน้าเราค่อยคุยกัน”
เจี่ยนหยวนพูดเสียงเรียบ
“งั้นคราวหน้าเราอย่าเจอกันเลยดีกว่า”
เซิ่งจิ้นอวี่ “...เฮ้ย!”
ไหนบอกว่าอ่อนโยนใจดีไง ทำไมไกด์คนนี้ถึงทำท่าทีแบบนี้กับเขาล่ะ!
*
กว่าจะส่งเจี่ยนหยวนกลับถึงหน้าหอพักในหอคอยขาวอย่างปลอดภัย ก็ล่วงเข้าดึกแล้ว
จันทร์เสี้ยวลอยอยู่บนผืนฟ้ายามค่ำคืนสีครามเข้ม
เผยเอินซือยืนอยู่หน้าเรือเหาะ มองใบหน้าด้านข้างที่ดูเหนื่อยล้าของหญิงสาว ก่อนก้มลงจุมพิตปลายนิ้วเธอแผ่วเบา
“พักผ่อนให้ดีนะ ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือในวันนี้”
