ภายในสนามฝึก
คานเพดานสูงลิ่ว แถบไฟสีขาวเย็นฝังอยู่ตรงรอยต่อระหว่างเพดานโดมกับผนังทั้งสี่ด้าน แสงสว่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ พื้นเป็นโลหะผสมสีเทาเข้มกันลื่น เมื่อเหยียบลงไปแทบไม่มีเสียงสะท้อน
เซนทิเนลเจ็ดแปดคนกำลังฝึกซ้อมแบบไม่ใช้กระสุนจริง
บางคนกำลังต่อสู้กันบนเบาะซ้อม หมัดกระแทกเนื้อทุกครั้ง บางคนแบกน้ำหนักวิ่งเร่งความเร็วเพื่อฝึกพละกำลังระเบิด บางคนกำลังปีนข้ามด่านจำลอง เมื่อลงถึงพื้นก็แทบไม่มีเสียง
แม้จะเป็นเพียงการฝึก แต่พละกำลังและความแม่นยำของคนเหล่านี้ก็เหนือขีดจำกัดของทหารธรรมดาไปไกล
แรงกดดันทางจิตของเซนทิเนลระดับสูงสั่นสะเทือนอยู่ในอากาศราง ๆ ทว่าพวกเขาควบคุมมันไว้ได้ มีเพียงบางจังหวะที่พละกำลังปะทุออกมาเท่านั้น ซึ่งแรงกดดันจะรั่วไหลออกมาเล็กน้อย
จิตอวตารของพวกเขากลับทรยศเจ้าของ ไม่ยอมร่วมฝึกอย่างทรหดไปด้วย
“นี่ พวกเธออย่าตีกันสิ!”
เจี่ยนหยวนนั่งอยู่บนม้านั่งยาว แยกหมาตัวโตสองตัวที่กำลังจ้องเขม็งใส่กันอย่างจนใจ แล้วลูบหัวปลอบพวกมันตัวละที
บอร์เดอร์คอลลี่ที่เมื่อครู่ยังโก่งหลังทำท่าดุร้าย พอถูกลูบก็เดินวนรอบตัวเธออย่างตื่นเต้น หางแกว่งราวกับใบพัดขนปุย
ข้างขาเธอยังมีหมาอีกหลายตัวรอให้เธอปลอบอย่างกระตือรือร้น
เจี่ยนหยวนไม่คิดเลยว่าพอเข้ามาแล้วจะเจอสถานการณ์แบบนี้
เธอแค่มานั่งดูการฝึกตามคำขอของเผยเอินซือ ไม่นานก็มีซามอยด์ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหา
พอเห็นซามอยด์ถูกเธอลูบคลำอย่างเอ็นดู หมาใหญ่ตัวอื่น ๆ ก็ไม่รู้โผล่มาอยู่ในสนามตั้งแต่เมื่อไร พากันเบียดเธอไว้ตรงกลาง
สนามฝึกกลายเป็นคาเฟ่หมาไปเสียอย่างนั้น
เจี่ยนหยวนถูกห้อมล้อมด้วยขนฟูนุ่มเต็มไปหมด
เผยเอินซือยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอ มองภาพตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
แต่เมื่อเห็นเจี่ยนหยวนเล่นอย่างมีความสุข เขาก็ไม่ได้เข้าไปห้ามทันที
“โฮ่งง...”
บางทีอาจเพราะถูกลูบจนสบายเกินไป บอร์เดอร์คอลลี่ตัวนั้นจึงเบียดขึ้นมาบนม้านั่งยาวจากด้านข้างตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ช่วงตัวด้านหน้าแทบจะแนบติดกับหญิงสาว
