จูบแล้วหรือ?
เจี่ยนหยวนจูบเขาจริง ๆ หรือ?
หัวใจของอีไลพองโตจนแทบกระเด็นออกมาจากอก ความมุ่งร้ายที่สะสมมาพลันสลายไป กลายเป็นความรู้สึกอีกอย่างที่ทำให้ใจเต้นระริกยิ่งกว่าเดิม
เสวี่ยฉิวกระวนกระวายวนไปวนมาอยู่ในทะเลจิต
“นายท่าน ให้รางวัลเขาก็ว่าไปอย่าง! ไฉนยังให้ตั้งสองครั้งอีกล่ะ!”
น่าหงุดหงิดจริง ๆ
ปล่อยให้ไอ้หมอนี่ได้กำไรไปอีกแล้ว!
เจี่ยนหยวนยืดตัวขึ้น แม้ใบหน้าจะแดงอยู่บ้าง แต่ท่าทางยังคงสงบนิ่ง
“พอหรือยัง?”
การไม่เข้าใจเรื่องความรักก็มีข้อดีตรงนี้ นางไม่คิดว่าการจูบเป็นเรื่องสำคัญอะไรนัก
ถ้ามองอีไลเป็นแมวตัวหนึ่ง จูบสักทีก็ไม่เห็นเป็นไร
นางเอียงศีรษะเล็กน้อย มองอีไลที่ยืนเหม่ออยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้ว่าเป็นอะไร
“ฮัลโหล? Hello? Bonjour? Hola? Ciao? คนนิจิวะ? อันนยองฮาเซโย? สวัสดีค่ะ?”
เจี่ยนหยวนพูดภาษาทั้งแปดที่ตนรู้เพียงน้อยนิดจนครบ แต่อีไลก็ยังไม่มีปฏิกิริยา
นางไม่ได้ใช้วิชาหยุดร่างเสียหน่อย?
ผ่านไปอีกหลายวินาที อีไลถึงได้สติขึ้นมาทันควัน เขาถอยหลังไปสองสามก้าวโดยไม่ทันสังเกตเศษหินด้านหลัง จึงเซไปเล็กน้อย
“……”
เขาหันหลังให้ ปลายผมสีขาวสะบัดเป็นโค้งกลางอากาศ ไม่ปล่อยให้ใครเห็นสีหน้า แล้วรีบเดินจากไป
ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังที่ดูกระวนกระวาย
ราวกับได้เจอศัตรูที่รับมือยาก หรือไม่ก็เรื่องที่ยากจะเข้าใจ
เจี่ยนหยวนเม้มริมฝีปากอย่างงุนงง ก่อนจะหันไปสบตาอันอวิ๋นที่ยืนกลั้นยิ้มอยู่ข้าง ๆ โดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร
“เขาเป็นอะไรไป?”
อันอวิ๋นครุ่นคิดอย่างจริงจัง ก่อนตอบว่า
“เขา...น่าจะเพิ่งใกล้ชิดกับไกด์เป็นครั้งแรก เลยไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไง”
อีไลใสซื่อขนาดนั้นเลยหรือ?
เจี่ยนหยวนไม่ค่อยเชื่อเท่าไร
ตอนพูดจาสองแง่สองง่ามหรือส่งรูปยั่วยวน เขาดูช่ำชองจะตาย
