ยานเหาะบินอยู่เหนือชั้นเมฆ นอกหน้าต่างคือห้วงดารากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ขอบดาวเคราะห์ย้อมท้องฟ้าผืนนั้นให้กลายเป็นสีส้มเข้ม
ความคิดสับสนในหัวเจี่ยนหยวนยังต้านทานความง่วงไม่ไหว
เมื่อเธอตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ แสงไฟภายในห้องโดยสารก็หรี่ลงจนมืดสลัวแล้ว
เธอหันไปมองข้างกาย อันอวิ๋นกำลังจัดการงานบนอุปกรณ์สื่อสารแบบพกพาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เสี้ยวหน้าคมชัดได้รูป
“ตื่นแล้วหรือ?”
เมื่อสังเกตได้ว่าลมหายใจของเจี่ยนหยวนเปลี่ยนจังหวะ อันอวิ๋นก็ปิดเอกสารแล้วเอ่ยเสียงเบา “อีกครึ่งชั่วโมงยานเหาะก็จะลงจอดแล้ว”
เจี่ยนหยวนพยักหน้าอย่างมึนงง
เธอขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มทั้งตัว เส้นผมถูกไฟฟ้าสถิตจากการเสียดสีกับผ้าห่มชี้ฟู กระจายอยู่ข้างแก้ม ดูน่ารักกว่าปกติอยู่หลายส่วน
อันอวิ๋นอดยิ้มออกมาไม่ได้
ปกติเจี่ยนหยวนชอบพูดว่าจิตอวตารของเขานุ่มฟู แต่เขากลับคิดว่าตอนนี้เจี่ยนหยวนนุ่มฟูยิ่งกว่าเสียอีก
เขายื่นมือไปจัดเส้นผมยุ่งเหยิงข้างแก้มของหญิงสาวให้เข้าที่ แล้วเอ่ยว่า “พักต่ออีกหน่อยเถอะ ถึงแล้วฉันจะปลุก”
เจี่ยนหยวนส่ายหน้า “ฉันนอนพอแล้ว”
ถ้านอนต่อ คืนนี้คงไม่ได้นอนกันพอดี
เธอยังคงขดตัวอยู่บนเก้าอี้ พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง
แม้เมื่อครู่จะเมายานจนรู้สึกไม่สบาย แต่เธอก็เสียดายเกินกว่าจะพลาดทิวทัศน์นอกหน้าต่าง นี่เป็นภาพงดงามที่ชาติก่อนต่อให้จ่ายเงินก็ไม่มีโอกาสได้เห็น
