เจี่ยนหยวนก็ไม่รู้เหมือนกัน
เธอแค่รู้สึกว่าคำพูดเหล่านั้นฟังดูมีความรับผิดชอบดีทีเดียว
ไม่ว่าอย่างไร อีกฝ่ายรอเธอเกือบหนึ่งชั่วโมงก็เป็นเรื่องจริง
เจี่ยนหยวนพับเสื้อคลุมเก็บแล้ววางไว้ข้าง ๆ ก่อนจะขยี้ตาอีกครั้งและลงจากรถ
“ตอนนี้ฉันตื่นแล้ว นายจะไปทำภารกิจหรือเปล่า?”
เซิ่งจิ้นอวี่หรี่ตาลงเล็กน้อย เส้นผมสีแดงของเขายิ่งดูโดดเด่นขึ้นเมื่ออยู่ท่ามกลางเงาไม้ในป่า
“แน่นอน แล้วเธอก็ต้องไปด้วย”
“หา?”
เจี่ยนหยวนเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนกเล็กน้อย “ฉันต้องไปด้วยเหรอ?”
เธอน่ะหรือ?
เธอมองป่าลึกที่ถูกเงาไม้บดบังจนดูมืดครึ้ม แล้วในหัวก็ผุดภาพสารคดีเอาชีวิตรอดกลางป่าและสวนลึกลับขึ้นมาไม่หยุด
เรื่องเอาชีวิตรอดในป่านี่ไม่เอานะ!
เซิ่งจิ้นอวี่เห็นท่าทางตื่นกลัวของเธอ จึงยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นช่วยลดความดุดันที่ติดอยู่บนใบหน้าของเขาลงเล็กน้อย
“กลัวอะไร?”
เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกสองสามก้าว กลิ่นอายดิบเถื่อนจาง ๆ จากตัวเขาปะทะเข้ามาอย่างจัง ท่าทางเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“มีฉันอยู่ข้าง ๆ เธอ ไม่มีทางเกิดเรื่องขึ้นแน่”
แผ่นหลังกว้างและพละกำลังมหาศาลของชายหนุ่มทำให้เจี่ยนหยวนรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้าง
เซนทิเนลระดับเอสคือผู้มีพลังต่อสู้สูงสุดในโลกใบนี้แล้ว เรื่องฉีกสัตว์กลายพันธุ์ด้วยมือเปล่าซึ่งบนดาวบลูสตาร์มีแต่จะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์นั้น เซนทิเนลระดับเอสทำได้จริง ๆ
เธอพูดเสียงเบา “แน่ใจนะว่าจะไม่เป็นไร? ฟังดูเหมือนนายกำลังพูดเรียกหายนะเลย”
“เฮ้ อย่ามาสงสัยความสามารถของฉันในเรื่องต่อสู้สิ!”