บทที่ 5 นายน่ะหรือชื่อหวงช่าน
ออกจากตระกูลอู๋ เฉินชิงดีใจแทบกระโดดตัวลอย!
คุณนายอู๋ของจริง ผู้ช่วยชั้นเทพ!
ดูออกว่าอู๋เสี่ยวหมินไม่อยากขาย แถมถ้าให้เขาตั้งราคาคงแพงกว่านี้มาก ต่อรองก็ยากด้วย
ส่วนคุณนายอู๋ที่คิดจะเอาเปรียบ ดันให้กำไรมหาศาลกับตัวเอง!
ดีใจสุดขีดกลับมาถึงหมู่บ้าน เห็นเด็กกลุ่มหนึ่งรุมล้อมเฉินหมาน
“เด็กป่า เด็กป่า มีแม่เกิดไม่มีใครรัก!”
“เด็กป่า เด็กป่า คุ้ยถังขยะเก็บขนมปัง!”
“ผมไม่ได้เก็บขนมปัง” เฉินหมานคงถูกต่อยมาสองสามที เลือดกำเดาไหล “ผมเก็บแต่ขวดไปขาย ซื้อขนมปังกินต่างหาก”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ!”
เด็กที่เหลือพากันหัวเราะลั่น
เด็กโตสุดอายุสิบกว่าขวบ ชื่อหวงช่าน ลูกของเพื่อนบ้าน
มันบีบแก้มเฉินหมานแล้วบิดแรง ๆ “เห็นมั้ย! ไอ้เด็กขยะนี่! ตีไม่กล้าสะดุ้ง ด่าไม่กล้าตอบ! เกิดมาเป็นแพะรับบาป! ฮ่า! ฮ่า!”
เฉินชิงกัดฟัน พุ่งไปตรงนั้นสองสามก้าว คว้ามือหวงช่านบีบดังกรอด
“เจ็บ! เจ็บ!” หน้าหวงช่านเปลี่ยนสี น้ำตาพรั่งพรูทันที
“เฉินชิง บ้าไปแล้วหรอ! ลงไม้ลงมือกับเด็ก!” ผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งออกจากร้านค้าข้าง ๆ ผลักเฉินชิงเต็มแรง
ร่างเฉินชิงเซ แต่ไม่ยอมปล่อยมือ มองผู้หญิงคนนั้นเย็นชา
หลิวเยี่ยนหง เจ้าของร้านอาหารเล็ก ๆ ในหมู่บ้านเจียงพ่าน
พวกที่ฆ่าตัวเอง มีเธออยู่ด้วย
“ตอนมันตีน้องฉัน เธออยู่ในร้านไม่ห้ามไม่ปราม คราวนี้มาบอกว่ามันเป็นเด็ก?”
“ปล่อยมือ! ฉันจะขย้ำแก!” หลิวเยี่ยนหงตะคอกลั่น
เล็บแห้งกร้านหยาบสากข่วนเต็มแรงบนหลังมือเฉินชิง เกิดเป็นแผลฉกรรจ์
เลือดไหลอาบมือ
แต่เฉินชิงก็ยังไม่ปล่อย แถมออกแรงหนักกว่าเดิม
หวงช่านร้องไห้โฮ!
หลิวเยี่ยนหงร้อนรนกว่าเก่า “ปล่อยมือ! ฉันจะขย้ำแกเชื่อมั้ย!!”
ทันใดนั้นก็ปล่อยมือเฉินชิง สิบนิ้วพุ่งตรงมากระแทกดวงตาเขา
เฉินชิงหลบข้าง เลี่ยงกรงเล็บของนางได้
ปล่อยมือ แล้วยิ้ม “ดีมาก”
จากนั้นจึงหันหลังพาเฉินหมานไป
เฉินหมานลากถุงใบใหญ่ข้างในดังกรุ๊งกริ๊ง มีขวดเปล่าเต็มไปหมด
เฉินชิงย่อตัวลง ลูบศีรษะน้อง แววตาปวดร้าว “เสี่ยวหมาน ต่อจากนี้ไม่ต้องเก็บขวดแล้วนะ”
“แต่เงินที่เฉินซานเหลือไว้ใกล้หมดแล้วนี่”
“อืม แต่พี่หาเงินได้เยอะแยะแล้ว” เฉินชิงเปิดซองที่คุณนายอู๋ให้ ข้างในเต็มไปด้วยแบงก์แดง “ดูเอา เยอะมั้ย”
เฉินหมานยื่นหน้ามอง ก่อนส่ายหน้า “เยอะขนาดนี้นับไม่เป็น”
“ยังไงก็ไม่ต้องเก็บขวดแล้ว เข้าใจมั้ย”
เฉินหมานไร้อารมณ์เช่นเคย และตอบอย่างเคร่งเครียดเช่นเดิม “ก็ได้”
สองคนอนาถา ใช้เงินทุกบาทอย่างประหยัด พลางหาเงินทุกสตางค์ด้วยทางที่น้อยนิดของตน
ขอแค่แลกขนมปังได้ก้อนเดียว ขอแค่ซื้อยางลบได้ก้อนเดียว ก็คุ้มค่าแก่การเก็บขวด
ศักดิ์ศรีรึ?
เด็กที่ถูกเลี้ยงดูด้วยมือเท่านั้นถึงมีสิทธิ์เอาแต่ใจ
พวกเขาสองคนมีเพียงความเฉลียวใจมาตลอด
“ต่อจากนี้ใครตีแก ต้องบอกพี่นะ รู้มั้ย”
“รู้แล้ว”
“กลับบ้านไปก่อน”
“อือ”
เฉินหมานกลับไปแล้ว
เฉินชิงเดินไปถึงถังขยะ มีเด็กเร่ร่อนสามคนกำลังคุ้ยหาของ
คลื่นผีทางเหนือเบาบางกว่า ทว่าใช้ชีวิตร่วงไปมาก ทั้งยังเกิดเด็กเร่ร่อนดิ้นรนปากท้องเหมือนหนูเต็มไปหมด
เด็กทั้งสามหน้าตาโสมม ตัวเหม็นคละคลุ้ง จ้องเฉินชิงอย่างระแวดระวัง
เฉินชิงดึงแบงก์แดงออกมาใบหนึ่ง ยื่นให้เด็กเร่ร่อนคนหนึ่ง พลางชี้ร้านหลิวเยี่ยนหง “ไปก่อกวนร้านอาหารนั่น”
เด็กเร่ร่อนดีอกดีใจ!
เฉินชิงดึงแบงก์แดงออกมาอีกสองใบ ยื่นให้เด็กอีกสองคน ชี้ไปทางเจ้าหวงช่านที่กำลังเล่นละครอยู่ “ไปต่อยมันสักตั้ง นี่จะเป็นของพวกแก”
ทั้งสามดีใจกันถ้วนหน้า
หนึ่งในนั้นคว้าอิฐขึ้นมาก้อนหนึ่ง ตรงไปยังประตู “ร้านอาหารเยี่ยนหง” ด้วยความระมัดระวัง
กระทะน้ำมันกำลังเดือดปุด ๆ น้ำมันกระเด็นถูกตัวก็เจ็บแสบ
เด็กเร่ร่อนเหวี่ยงอิฐลงกระทะโครมหนึ่ง! แล้วหันหลังวิ่งหนี
โครม!
ฟู่!
น้ำมันร้อนกระเด็นซ่า!
หลิวเยี่ยนหงที่กำลังทอดมันฝรั่งร้องโหยหวน!
“อ๊า!!! อ๊า!!!”
นางเจ็บจนตัวสั่น คำหยาบคายพรั่งพรูออกจากปาก นางกรีดร้องพุ่งตัวไล่ตาม
ก็แค่หญิงวัยกลางคนเนื้อตัวมอมแมม จะไปตามทันเด็กเร่ร่อนที่คล่องแคล่วเหมือนหนูได้อย่างไร?
หวงช่านไม่รู้เกิดอะไรขึ้น มองแม่อย่างฉงนที่กำลังกรีดร้องวิ่งไปตามถนน
เพี๊ยะ!
ตบฉาดใหญ่ทำมันงงงัน!
หวงช่านเซถลา เห็นเด็กเร่ร่อนตัวสกปรกคนหนึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
“แก... แก...”
หวงช่านกุมหน้า ถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว
มันกลัวพวกเด็กอมโรคอย่างนี้มาตลอด
เพี๊ยะ!
ตบอีกฉาด!
พร้อมกับที่เด็กเร่ร่อนอีกคนต่อยหน้ามัน
“นายน่ะหรือชื่อหวงช่าน!”
หวงช่านเห็นดาวระยิบ เลือดพุ่งออกมาในบัดดล
มือไม้สั่นพยายามผลักทั้งสอง แต่ถูกอะไรสะดุดล้มลงกับพื้น
เด็กเร่ร่อนสองคนขี่คร่อมมัน ทุบตีรัวอย่างบ้าคลั่ง
หวงช่านกุมหัวร้องไห้
เด็กเร่ร่อนสองคนเห็นผู้ใหญ่หลายคนเริ่มมองมา จึงบีบใบหน้ามันแรง ๆ ครั้งหนึ่ง!
แล้วต่อยเข้าปากมันเต็มแรงอีกหลายหมัดตรงร่องมือที่เปิดออก จากนั้นวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง
ปากและจมูกหวงช่านเลือดกลบหน้า ร้องกระจองอแง “อ๊า!!! อ๊า!!!”
สะใจ!
เฉินชิงมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาเฉยชา
เทียบชีวิตตนกับเสี่ยวหมานแล้ว แค่นี้มันอะไร?
ดอกเบี้ยยังไม่นับ!
ตนต้องคอยเฝ้าพวกคนพวกนี้ไว้ ในคลื่นผี ค่อย ๆ ถลกหนังพวกมันทีละนิด!
คิดพลางเดินเข้ามุมตึกไปยังธนาคาร หยิบซองออกมา
“ฝากเงิน”
เงินถูกฝากเข้าไป 10.75 ล้าน
พนักงานเคาน์เตอร์กลับให้เฉินชิงรอสักครู่ แล้วเดินตามออกมา “คุณลูกค้าสวัสดีค่ะ!”
เธอยื่นบัตรอย่างเป็นทางการ “คุณลูกค้า ยอดฝากของท่านถึงเกณฑ์บัตรเงินของธนาคารพวกเราแล้ว...”
ข้อดีต่าง ๆ ถูกระบุยืดยาว
รวมถึงส่วนลดเติมน้ำมัน ตั๋วหนังครึ่งราคา ล้างรถฟรี ร้านทำผมที่กำหนดฟรี เป็นต้น
เฉินชิงเอือมระอา
ตามหลักแล้วสิทธิพิเศษพวกนี้ไม่ควรให้คนจนที่มีเงินฝากแค่ไม่กี่พันหรอกหรือ?
ตัวเองมีบัตรเงินแล้ว ยังจะเอานี่ไปทำไม?
ทำไมของดี ๆ ถึงได้ยัดเยียดให้คนรวย?
“ทราบแล้ว” ยื่นมือรับบัตรเงินมาแบบขอไปที กำลังจะเดินกลับ พนักงานกลับมาขวางอีก
คราวนี้ขายประกัน กองทุน รับประกันผลตอบแทน 8% มีสิทธิ์ถึง 12%
อย่าว่าแต่ 12% เลย 1200% ก็ไม่คิด
เฉินชิงเริ่มหมดความอดทน พนักงานก็ดูออก เปิดสมุดเล่มหนึ่งแบบกลไก แล้วว่า “ยังมีบริการสร้างเซฟเฮาส์ด้วยค่ะ”
พูดถึงตรงนี้ เธอไม่อยากแนะนำต่อแล้ว เก็บสมุด ยิ้มสุภาพ “ขออภัยที่รบกวนคุณลูกค้านานนะคะ”
“คุณว่าไงนะ เซฟเฮาส์?” เฉินชิงกลับสนใจขึ้นมา
ธนาคารมีบริการนี้ด้วย?
พนักงานสาวดีใจ ทำท่าเชิญ “คุณลูกค้า เชิญห้องรับรองชั้นบนค่ะ”
ขณะที่ทั้งสองเดินขึ้นชั้นสอง
โถงชั้นล่างมีหญิงสาวสามคนรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาสะสวย กำลังทำธุรกรรม
หนึ่งในนั้นรูปร่างหน้าตางดงามสุด มองแผ่นหลังเฉินชิงด้วยความประหลาดใจ
หากเฉินชิงเห็นจะต้องจำได้ในบัดดลว่านี่คือเบอร์หนึ่งในรายชื่อที่ต้องฆ่า!
เฉินซี!
เฉินซีฉุกคิดบางอย่าง เดินไปยังจุดที่เฉินชิงฝากเงินก่อนหน้านี้ เก็บซองเปล่าที่เขาทิ้งไว้ขึ้นมาดู
ด้านหลังมีตัวอักษรเล็กสีทองว่า “หลักทรัพย์ซีหมิง”
แววตาเธอหดลงทันที!
เธอคิดหาเศษหาเลยอยู่ตลอดเวลา ย่อมรู้ดีว่าสถานที่แบบบริษัทหลักทรัพย์มีการแบ่งระดับ
ซองธรรมดาของหลักทรัพย์ซีหมิงเป็นอักษรสีแดง
อักษรสีเงิน หมายถึงสินทรัพย์รวมถึง 5 ล้าน
อักษรสีทอง หมายถึง 50 ล้าน!
เฉินชิงร่ำรวยถึงเพียงนี้เชียว?
เธอไม่มีทางรู้ ว่าซองนี้มาจากตระกูลอู๋ เฉินชิงไม่แม้แต่จะรู้ว่าหลักทรัพย์ซีหมิงอยู่ที่ไหน
“อักษรสีทองด้วย!” ฟู่เยว่เยว่ข้าง ๆ เฉินซีมองไปชั้นสอง “ฉันตาฝาดรึเปล่า เมื่อกี้เหมือนคนนั้นคือเฉินที่เคยตามจีบนาย... เฉิน...”
“เฉินชิง”
เฉินซียิ้มออกมา หวานหยาดเยิ้ม
ย้ำอีกประโยค “ไม่ใช่เคยตามจีบฉัน ตอนนี้ก็ยังตามจีบอยู่ต่างหาก”