หมายเลข 2 ยิ้มขื่น ๆ
“ฉันตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้อง แล้วก็ไม่ใช่คนของตระกูลเสิ่นด้วย ตระกูลเสิ่นให้เงินฉัน ฉันก็ทำงานให้พวกเขา ก็แค่นั้นเอง หลังฉันตายแล้วตระกูลเสิ่นจะเป็นยังไง มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?
นายหลบกระสุนสามนัดที่ฉันยิงตอนเปิดรหัสพันธุกรรมได้ เก่งมาก แต่น่าเสียดาย พอออกไปจากที่นี่ นายก็อยู่ได้อีกไม่นานหรอก ตระกูลเสิ่นไม่ปล่อยนายไว้แน่ นายหนีการกำจัดของตระกูลเสิ่นไม่พ้นหรอก...”
เลือดเริ่มไหลซึมจากรูจมูกของหมายเลข 2 แต่สีหน้ากลับดูดีขึ้น เขารู้ว่าเวลาของตัวเองใกล้หมดแล้ว
“ฉันจะบอกอะไรนายอีกอย่าง เสิ่นจินปินยังไม่ตาย มียาของตระกูลเสิ่นช่วยยื้อชีวิตไว้ เขาไม่ตายง่าย ๆ หรอก...”
ริมฝีปากของหมายเลข 2 ขยับอยู่สองสามครั้ง แต่หลินสือฟังคำพูดหลังจากนั้นไม่รู้เรื่องแล้ว
“เสิ่นจินปินยังไม่ตายงั้นเหรอ?!”
สีหน้าของหลินสือเปลี่ยนไปในที่สุด
เสิ่นจินปินยังไม่ตายหรือ? เขาแทงหัวใจเสิ่นจินปินทะลุไปแล้วแท้ ๆ ทำไมถึงยังไม่ตายได้?
หลินสืออยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้ แต่ในตอนนั้นหมายเลข 2 ก็เอียงศีรษะ สิ้นลมหายใจไป
หลินสือขมวดคิ้วแน่น ย่อตัวลงตรวจชีพจรของอีกฝ่าย
ตายแล้ว
เขาค้นตัวอีกฝ่าย พบโทรศัพท์ดาวเทียม เครื่องรับส่งวิทยุ กระสุนปืนหลายซอง และบัตรประชาชนหนึ่งใบ
“หลี่เอ้อร์ห้าว...”
นั่นคือชื่อของชายคนนี้
บางทีเพราะรู้ว่าตัวเองต้องตายแน่ หลี่เอ้อร์ห้าวจึงไม่ยอมให้หลินสือป้อนยาอีกครึ่งเม็ดที่เหลือให้จนวินาทีสุดท้าย
หลี่เอ้อร์ห้าวบอกว่า นอกจากด้านพลังงานแล้ว ตระกูลเสิ่นยังทำธุรกิจในด้านอื่น ๆ ด้วย ถึงขั้นฝึกคนให้เปิดรหัสพันธุกรรม
