หลังวางสายจากสำนักงานความปลอดภัย สีหน้าของเสิ่นฟ่านเหรินก็บิดเบี้ยวน่ากลัวขึ้นมาทันที
เขาขว้างโทรศัพท์ลงพื้นอย่างแรง ก่อนหันไปมองลูกน้องคนสนิทที่ทำงานได้เรื่องเสมอ พลางข่มกลั้นโทสะ
“คราวก่อนนายบอกว่า หลินสือเป็นคนทำให้จินปินบาดเจ็บสาหัสจนแทบเอาชีวิตไม่รอดใช่ไหม?”
“ใช่ครับ... แต่ข่าวที่หมายเลข 2 กับพวกส่งกลับมาคือ หลินสือคนนี้เป็นนักฆ่าปลอมตัวมา เมื่อบ่ายวานหมายเลข 2 ส่งข่าวมาว่าจะจัดการคนคนนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีข่าวเพิ่มเติมครับ”
หวังจื้อไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ ๆ เสิ่นฟ่านเหรินถึงได้เดือดดาลขนาดนี้ จึงตอบไปตามตรง
“นักฆ่าปลอมตัวมา? แล้วทำไมหลินสือคนนั้นถึงบังเอิญอยู่เมืองซาซื่อด้วย? พวกนายตรวจสอบทั้งคืนแล้ว ยังไม่รู้เลยหรือว่าหลินสือคนนั้นเป็นตัวจริงหรือเปล่า?”
“ตอนนี้มันบุกไปฆ่าลูกชายฉันถึงโรงพยาบาล แล้วยังทำให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยค้นเจอปืนจากคนของเราอีก! ดี ดีมากจริง ๆ!”
เส้นเลือดบนหน้าผากของเสิ่นฟ่านเหรินปูดโปน ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยอำนาจโดยไม่ต้องแสดงโทสะ บัดนี้กลับเผยจิตสังหารน่าสะพรึงกลัว
“อะไรนะ?!”
หรือว่าหมายเลข 2 กับพวกล้มเหลว?
หวังจื้อรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อหมายเลข 2
แต่ผ่านไปหลายนาที ก็ยังติดต่อไม่ได้
เวลาผ่านไปทั้งคืนแล้ว ถ้าหมายเลข 2 ทำสำเร็จ คงรายงานเขาไปนานแล้ว
ต่อให้ยังจัดการไม่เสร็จ อย่างน้อยก็ต้องรับสายทันที
ติดต่อไม่ได้ แค่นี้ก็ชัดเจนมากพอแล้ว
หวังจื้อตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่อง จึงพูดเสียงต่ำว่า
“ผมจะไปจัดการเรื่องสำนักงานความปลอดภัยเดี๋ยวนี้ แล้วจะไปเมืองซาซื่อด้วยตัวเอง พาตัวหลินสือกลับมาให้คุณจัดการครับ”
