ชายวัยกลางคนกุมหน้าอกอย่างเจ็บปวด ใบหน้าซีดเผือด
“เป็นไปได้อย่างไร?”
มีคนทำลายวิชาของเขาได้ แถมยังทำลายหมอกดำที่ดูดซับโชคชะตาไปจนหมด
ดวงตาขุ่นมัวของชายวัยกลางคนฉายแววประหลาดใจและตกตะลึงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงสงบใจลงได้
เขารีบยกมือขึ้นคำนวณทันที
ทว่า—
คนที่ไม่เคยคำนวณพลาดแม้แต่ครั้งเดียว ครั้งนี้ไม่เพียงคำนวณไม่ได้ว่าใครเป็นคนลงมือ แม้แต่โชคชะตาของเซี่ยเฉินอี้ก็ยังหยั่งรู้ไม่ได้แล้ว
ชายวัยกลางคนอดตื่นตระหนกไม่ได้
เขากำลังจะลุกไปหาหงเหวิน แต่หงเหวินกลับพุ่งเข้ามาในห้องลับเสียก่อน
“จอมเวท! จอมเวท!”
หงเหวินวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องลับ พลางตะโกนอย่างร้อนรน “จอมเวท แย่แล้ว ลูกชายผมจู่ ๆ ก็อาเจียนเป็นเลือด อาเจียนออกมาเยอะมาก แล้วก็หมดสติไปเลย”
สิ้นเสียง หงเหวินก็ปรากฏตัวในห้องลับ
“จอมเวท...”
เห็นใบหน้าของจอมเวทซีดเผือด ทั้งที่มุมปากยังมีคราบเลือดติดอยู่ หงเหวินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ชายวัยกลางคนเงยหน้ามองเขา น้ำเสียงหม่นขรึม “หยกที่เซี่ยเฉินอี้สวมถูกคนทำลายแล้ว พอหยกแตก วิชาที่ข้าสำแดงไว้ก็ถูกทำลายตามไปด้วย”
“อะไรนะ?”
พอรู้ว่าหยกที่เซี่ยเฉินอี้สวมอยู่ถูกทำลาย สีหน้าของหงเหวินก็ฉายแววประหลาดใจขึ้นมาทันที
เมื่อได้สติ เขาก็ถามด้วยสีหน้าหม่นขรึม “ใคร? ใครเป็นคนทำลาย?”
“คำนวณไม่ได้ ข้าสงสัยว่าวิชาของอีกฝ่ายจะเหนือกว่าข้า” ดวงตาขุ่นมัวของชายวัยกลางคนฉายแววอำมหิต
หงเหวินฟังแล้วสีหน้าก็แข็งค้างไป
“เป็นไปได้อย่างไร? นายไม่ได้บอกหรือว่าวิชาของนายเก่งที่สุดในวงการนี้?”
