คืนมืดเหมาะแก่การฆ่าคน ลมแรงเหมาะแก่การเก็บสมบัติ
คืนนี้เมืองเซี่ยงมีลมพัดพอดี แถมยังแรงเสียด้วย
ดังนั้นพอกลับถึงเมืองเซี่ยง เรื่องแรกที่ต้องทำย่อมเป็นการไปเก็บสมบัติ แล้วขนของบ้านศัตรูให้เกลี้ยง!
ซูเนี่ยนเวย์หาตรอกที่ไม่มีคนแล้ววูบเข้าไปในมิติ เปลี่ยนเป็นชุดลอบเร้น พรางใบหน้าอย่างง่าย ๆ จากนั้นนำรถจี๊ปออกมา ขับตรงไปยังบ้านตระกูลฉินอย่างรวดเร็ว
เธอมองนาฬิกาหรอยเลอบนข้อมือ สายทำจากทองคำแท้ นาฬิกาข้อมือทรงกำไลรุ่นนี้ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคทองในทศวรรษห้าสิบ แต่ยังเป็นของคู่กายคนรวยในแวดวงชนชั้นสูงด้วย
นี่คือนาฬิกาหรอยเลอโบราณจากยุคห้าสิบ แบบกำไล หน้าตาประมาณนี้แหละ~
ซูเนี่ยนเวย์จำต้องยอมรับว่าเจ้าของร่างเดิมมีรสนิยมดีจริง ๆ
นาฬิกาแต่ละเรือนเป็นสินค้าสั่งทำระดับไฮเอนด์ ราคาสูงลิ่ว อีกทั้งยังมีมูลค่าสะสมมาก
อย่างเรือนที่เธอสวมอยู่นี่ นาฬิกาหรอยเลอโบราณ อีกหลายสิบปีข้างหน้า ราคาหลายสิบล้านหยวนคงไม่ใช่เรื่องเกินจริง
เวลา 23.25 น. ผู้คนต่างเข้านอนกันไปนานแล้ว
ซูเนี่ยนเวย์ขับรถไปจอดทางฝั่งขวาของลานบ้านพักโรงงานเครื่องจักร บ้านตระกูลฉินอยู่แถวนี้ เป็นหลังที่สอง สะดวกสุด ๆ
“นายท่าน คนในบ้านหลับกรนกันหมดแล้วค่ะ” เสียงกรนดังแข่งกันขึ้นทีละเสียง
“ดี”
ซูเนี่ยนเวย์พยักหน้า ใช้พลังจิตทะลุผ่านลานบ้าน แล้วแผ่ขยายเข้าไปในตัวบ้าน
เธอใช้พลังจิตเก็บเงินสด ตั๋วสารพัดชนิด สมุดเงินฝากที่แม่ฉินซ่อนไว้ในบ้าน รวมถึงกล่องทองคำแท่งใต้ต้นหอมหมื่นลี้ในลานบ้าน เข้าไปในมิติโดยตรง
จากนั้นก็เก็บจักรยานคานสูง จักรเย็บผ้า วิทยุ เสบียง น้ำมัน และข้าวของมีค่าทุกอย่างในบ้านเข้าไปในมิติทั้งหมด
สุดท้ายก็เก็บโทรทัศน์ขาวดำเครื่องนั้นไปด้วย
พูดถึงโทรทัศน์ขาวดำเครื่องนั้น แม่ฉินเอาแต่พร่ำบ่นข้างหูเจ้าของร่างเดิมทั้งวันว่า ถ้าบ้านพวกเขามีโทรทัศน์สักเครื่องก็คงดี ต่อไปกลับจากทำงานจะได้ดูโทรทัศน์แก้เบื่อ
