ทันทีที่อีกฝ่ายกลับกลอกโยนความผิดมาให้ ซูเนี่ยนเวย์ก็เลิกคิ้วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เฮอะ!
น่าสนใจชะมัด!
เห็น ๆ อยู่ว่าเธอมัวใจลอยไม่ดูทางจนเดินชนพวกเรา แต่กลับไม่พูดพร่ำทำเพลง ยัดเยียดความผิดให้เราสองคนเสียอย่างนั้น นี่ออกจากบ้านแล้วลืมเอาสมองมาด้วยหรือไง!
ซูเนี่ยนเวย์เงยหน้ามองไปทางอีกฝ่าย พอดีกับที่อีกฝ่ายหันมามองเช่นกัน
ชั่วขณะนั้น สายตาของทั้งคู่ก็ประสานกัน
ซูเนี่ยนเวย์ชะงักไปเล็กน้อย คนคนนี้หน้าตาคล้าย...เฟยลี่ฉวนอยู่บ้าง
เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าคนที่ชนตนคือซูเนี่ยนเวย์ สีหน้าก็แข็งค้างไปทันที มือทั้งสองข้างกำแน่นโดยไม่รู้ตัว เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือจนเป็นรอยพระจันทร์เสี้ยวเรียงกัน
นี่คือภรรยาของฟูจิ่งเย่อย่างนั้นหรือ?
เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเธอ รูปโฉมของตัวเองก็พลันหม่นหมองลงทันที เทียบกันไม่ได้แม้แต่น้อย
ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมฟูจิ่งเย่ถึงรีบร้อนแต่งซูเนี่ยนเวย์เข้าบ้าน
“เมื่อกี้เธอบอกว่าพวกเราชนเธอหรือ?”
เดิมทีซูเนี่ยนเวย์ไม่อยากเสียเวลาถกเถียงกับคนไม่สำคัญ แต่พอเห็นแววประหลาดใจและริษยาในดวงตาของอีกฝ่าย เธอก็ไม่รีบร้อนจะไปแล้ว
“ฉัน...ฉันไม่ได้พูด”
หลี่หมานชิวอ้าปากค้าง ความมั่นใจที่มีก่อนหน้านี้มลายหายไปทันทีเมื่อสบกับสายตาเย็นชาและพินิจพิเคราะห์ของซูเนี่ยนเวย์
เธอขมวดคิ้ว ในใจอดคิดไม่ได้ว่า ซูเนี่ยนเวย์ไม่ใช่คุณหนูนายทุนที่บอบบางอ่อนหวานหรอกหรือ แล้วทำไมรัศมีรอบตัวถึงทำให้คนรู้สึกหวาดหวั่นได้ขนาดนี้
