เมื่อเห็นคนกลุ่มนั้นค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้
พวกเขาเข็นรถลากคันหนึ่งมา และทั้งสี่คนต่างก็แบกตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่ไว้บนหลัง เซิ่งเซี่ยก็รู้ทันทีว่าปลาติดเบ็ดแล้ว
เธอรีบเก็บข้าวของทั้งหมดในห้องของตัวเองเข้าไปไว้ในมิติ
เก็บจนห้องเหลือสภาพไม่ต่างจากห้องอื่น ๆ แล้วก็ล้มตัวลงแกล้งหลับ
แต่ไม่ได้หลับจริง
เธอฟังความเคลื่อนไหวชั้นล่างไปพลาง ใช้จิตจัดเสื้อผ้าในมิติไปพลาง
เสื้อผ้ากับรองเท้าที่พวกเขาใส่กันมาแล้วจะเก็บไว้ไม่ได้แน่
แม้จะให้มิติทำความสะอาดจนหมดจดแล้ว เธอก็ยังรู้สึกขยะแขยงอยู่ดี
แต่จะทิ้งไปก็เสียดาย
ตอนนี้เธอไม่ได้ขาดเงิน จะเอาไปขายก็ยุ่งยากโดยไม่จำเป็น
เซิ่งเซี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแยกของพวกนี้ออกมาวางไว้ข้าง ๆ ครึ่งหนึ่งเอาไปวางบนเก้าอี้ตรงประตู ส่วนที่เหลือกะว่าจะหาโอกาสแอบนำไปบริจาคให้สถานสงเคราะห์สักวัน
ใช้ของให้คุ้มค่า จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้
ทันใดนั้น เสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบาก็ดังมาจากหน้าประตูใหญ่ แววตาของเซิ่งเซี่ยหรี่ลงเล็กน้อย เธอตั้งใจฟังอย่างละเอียด
——
ตรงหน้าประตู หลี่หย่งเทากำลังประหม่า เหงื่อผุดจนต้องยกมือปาดซ้ำ ๆ
ปกติเขาหวงภาพลักษณ์ตัวเองมาก ไม่เคยทำเรื่องลักเล็กขโมยน้อย นี่เป็นครั้งแรก
และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็คงเป็นครั้งเดียวในชีวิต
ถ้าย้ายของออกไปได้ราบรื่น ชีวิตที่เหลือของเขาก็จะรุ่งเรือง
เมื่อนึกถึงเซิ่งเซี่ยคนโง่ที่ถูกเขาหลอก เขาไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อย มีแต่ความคาดหวังถึงชีวิตสุขสบาย!
หลี่หย่งเทาไม่ใช่คนโง่
เขาหลอกผู้หญิงสองคนให้หลงเชื่อได้อย่างหมดใจ ย่อมต้องมีไหวพริบอยู่บ้าง
