ฟู่ชางเย่ลืมตาขึ้น สายตาคมกริบตวัดมองไปด้านข้าง
สิ่งที่เห็นคือขาข้างหนึ่งแกว่งอยู่กลางอากาศอย่างลังเล ก่อนจะเหยียบลงมา
ขาเรียวขาวเนียนลื่นราวกับเครื่องเคลือบ ภายใต้แสงจันทร์สลัวดูสว่างจ้าจนชวนตาพร่า ทั้งยังมีสัมผัสนุ่มนวลอบอุ่นแบบคนกำลังหลับ
ความขาวที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นทำให้เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย
ดวงตาลึกล้ำเผลอมองตามการเคลื่อนไหวของขาเรียวยาวคู่นั้น
เขาเห็นเท้าเล็กขาวนุ่มที่ยังเล็กกว่ามือของเขา กำลังหยั่งลงมาอย่างระมัดระวัง
คนทั่วไปคงมองอะไรไม่ค่อยเห็นในความมืดสลัวตอนกลางคืน
แต่เซิ่งเซี่ยกินดีอยู่ดีมาตั้งแต่เด็ก น่าจะมองเห็นในที่มืดได้บ้าง ไม่น่าจะเหยียบพลาด
ฟู่ชางเย่มองเธอเงียบ ๆ
แล้วก็เห็นเท้าข้างนั้นเหยียบพลาดโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย!
ไม่ใช่แค่เหยียบพลาด แต่ยังพลาดมาเหยียบหน้าเขาอีกต่างหาก!
ฟู่ชางเย่ทำได้เพียงเบือนหน้าเอียงหลบ
ฟู่ชางเย่ “...”
ฝ่าเท้าอุ่นนุ่มลื่นเนียนจนเกินบรรยาย ตอนนี้แนบอยู่บนแก้มข้างหนึ่งของเขา
เขายังรู้สึกได้ว่าเธอกำลังหาจุดยึด แล้วออกแรงกดลงมา
กลิ่นหอมจาง ๆ แตะอยู่บนใบหน้า
กล้ามเนื้อทั่วร่างของฟู่ชางเย่เกร็งแข็งขึ้นในชั่วพริบตา
ปกติเขาเคลื่อนไหวว่องไว แต่ตอนนี้กลับขยับไม่ได้เลย!
ใต้ฝ่าเท้าขรุขระ มีอะไรทิ่ม ๆ อยู่เล็กน้อย แถมยังมีไอร้อนด้วย
เซิ่งเซี่ยสะดุ้งในใจ ความง่วงหายไปกว่าครึ่ง
ปวดฉี่จนต้องกลั้นกลับไปหมดแล้ว!
เธอก้มหน้าลงอย่างแข็งทื่อ อยากดูว่าตัวเองเหยียบอะไรน่ากลัวเข้า
ชั่วขณะนั้นความคิดมากมายผุดขึ้นมา หรือจะเป็นสัตว์ที่มีเฉพาะในทะเลทรายและออกมาแค่ตอนกลางคืน?
ทำไมถึงมาอยู่บนเตียงได้ล่ะ?
ฟู่ชางเย่หายไปไหน...อ๊ากกก ทำไมมาอยู่ใต้เท้าฉันได้!
ร่างเดิมมีอาการตาบอดกลางคืนเล็กน้อย แต่หลังเซิ่งเซี่ยทะลุมิติมา เธอก็ดื่มน้ำพุวิญญาณไปมาก ร่างกายจึงได้รับการฟื้นฟูจนแข็งแรงอย่างผิดปกติ
