เซิ่งกั๋วต้งถูกจับ ทั้งสามคนต่างทำอะไรไม่ถูก
สุดท้ายเซิ่งเจี้ยนเซ่อ พี่ใหญ่ ก็เป็นคนพูดขึ้นมาก่อน ให้จัดการเรื่องงานของเซิ่งหลานให้เรียบร้อย
ไปถามที่โรงเรียนดูว่ามีใครยอมเปลี่ยนงานบ้างไหม
หางานที่อยู่ใกล้ ๆ ให้เธอสักงาน
แต่พอไปถึงโรงเรียน กลับได้รับแจ้งว่ามีคนร้องเรียนโดยระบุชื่อว่าเซิ่งหลานสวมรอยเข้ามหาวิทยาลัย ขณะนี้ผลการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นความจริงและกำลังดำเนินการจัดการ
ทั้งสามคนไม่อยากเชื่อ จึงโวยวายขึ้นมาทันที
ความอัดอั้นที่สะสมมาหลายวันระเบิดออกมา
ทั้งสามคนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
ดึงดูดให้อาจารย์และนักศึกษาจำนวนมากมามุงดู
เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยเข้าควบคุมตัวพวกเขา โดยแจ้งตำรวจในข้อหาก่อความวุ่นวายและรบกวนระเบียบของโรงเรียน
ตอนเซิ่งเซี่ยรู้เรื่องก็ใกล้เที่ยงแล้ว
จู่ ๆ ป้าข้างบ้านคนหนึ่งก็มาหา
พอเห็นเซิ่งเซี่ย แววตาของป้าก็เจือความเห็นใจ
“เซิ่งเซี่ย ได้ยินว่าเซิ่งเจี้ยนเซ่อทั้งสามคนไปก่อเรื่องที่โรงเรียนจนถูกตำรวจจับ พวกเขาออกมาแล้วหนูต้องระวังตัวให้ดีนะ”
พูดถึงตรงนี้ ป้าก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
จากนั้นก็หันซ้ายหันขวาอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ ก่อนลดเสียงลงกระซิบว่า “ตอนนี้พวกนั้นไม่มีอะไรจะเสียแล้ว! เชื่อป้านะ อย่าอยู่คนเดียวเลย ไปอยู่บ้านลุงของหนูเถอะ”
เซิ่งเซี่ยเห็นว่าป้าเหงื่อท่วมศีรษะ ดูท่าคงรีบร้อนมาหา
เธอยิ้มหวานแล้วรินน้ำให้ป้าหนึ่งแก้ว
แอบหยดน้ำพุวิญญาณลงไปสองหยด “ขอบคุณค่ะป้า หนูรู้แล้ว ป้าดื่มน้ำสักหน่อย จะได้หายเหนื่อยนะคะ”
อีกฝ่ายก็กระหายน้ำจริง ๆ
รับแก้วมาแล้วดื่มรวดเดียวหมด
พอดื่มเสร็จก็หลับตาพริ้ม ถอนหายใจอย่างสบายใจ
จากนั้นนึกอะไรขึ้นได้ จึงกำชับเสียงเบาว่า “ป้าบอกเรื่องนี้กับหนูแล้ว หนูอย่าไปบอกใครนะว่าป้าเป็นคนพูด”
