ฟู่ชางเย่ล้วงสมุดบัญชีเงินฝากออกจากกระเป๋า แล้วยื่นให้เซิ่งเซี่ย
“นี่คือเงินที่ผมเก็บมาหลายปี นอกจากเงิน 50 หยวนที่ส่งให้คุณทุกเดือน กับเงิน 10 หยวนที่ส่งกลับบ้านทุกเดือน ที่เหลือทั้งหมดอยู่ในนี้”
เซิ่งเซี่ยชะงักไป ก่อนจะยิ้มแล้วรับมา
พอเปิดดู เธอก็ตกตะลึง
ยอดเงินคงเหลือล่าสุดคือ 5,233 หยวน
กว่าจะมีคนรวยระดับหมื่นหยวนก็ต้องรอจนปลายทศวรรษ 70
ปีนี้เขาเพิ่งอายุ 23 เองนะ นี่มันเงินก้อนโตชัด ๆ
ไม่อย่างนั้นจะมีคำพูดว่า “กินผักให้กินแก่นผักกาดขาว แต่งงานก็ต้องแต่งกับทหารปลดปล่อย” ได้ยังไง
ผู้ชายคนนี้เก็บเงินเก่งจริง ๆ!
“ฟู่ชางเย่ คุณเก่งจังเลยค่ะ” เซิ่งเซี่ยชมจากใจ
เธอรู้ว่าเงินทั้งหมดนี้เขาเอาชีวิตเข้าแลกมา
พอเห็นดวงตาเป็นประกายของเธอ ฟู่ชางเย่ก็ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกดีใจขึ้นมาเล็กน้อย
เขาส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ
“ตอนนี้ผมรับเงินเดือนระดับ 18 เดือนละ 105 หยวน เบี้ยเลี้ยงชายแดนเดือนละ 9 หยวน พอถึงฤดูหนาวก็มีเบี้ยเลี้ยงอากาศหนาวจัดเพิ่มเดือนละ 5 หยวน ส่วนเงินพิเศษก็ขึ้นอยู่กับภารกิจ”
“อยากซื้ออะไรก็ซื้อ ถ้าเงินไม่พอก็บอกผม”
เขาดูเป็นผู้ชายหัวโบราณที่ยึดถือความเป็นใหญ่ของบุรุษอยู่บ้าง
แต่เซิ่งเซี่ยไม่ได้รู้สึกขัดใจ
“ได้ค่ะ ฉันรู้แล้ว”
หลังทานข้าวเสร็จ ทั้งคู่ก็ไปถามที่ไปรษณีย์
พัสดุยังมาไม่ถึง
ฟู่ชางเย่ทิ้งที่อยู่บ้านพักครอบครัวทหารของเขตทหารไว้ ให้ส่งไปที่นั่นเมื่อพัสดุมาถึง
พอออกจากไปรษณีย์ก็เป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว
ฟู่ชางเย่หันมาถามเธอ “บ้านพักสำหรับครอบครัวทหารอนุมัติแล้ว คุณอยากพักก่อนหรือไปเลือกบ้านเลย?”
ได้ยินเช่นนั้น แววตาเซิ่งเซี่ยก็เป็นประกายขึ้นเล็กน้อย
