“คุณอยากเอาชีวิตฉันหรือไง!” ฟู่ชางเย่เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่า
พอได้ยิน เซิ่งเซี่ยก็ถลึงตามองเขาทันที
หน้าด้านจริง ๆ
เขาบีบมือเธอจนเจ็บแท้ ๆ ยังกลับมาโยนความผิดให้เธออีก
เธอจะเอาชีวิตเขาตอนไหนกัน?
ดวงตาของก้อนแป้งขาวใสบริสุทธิ์ ฉ่ำวาวราวกับมีหยาดน้ำคลอ เธอกะพริบตาปริบ ๆ ขนตายาวสั่นไหว แล้วมองมาอย่างไร้เดียงสา ต่อให้เธอจะเอาชีวิตฟู่ชางเย่จริง ๆ เขาก็ยอมยกให้!
ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงได้กลายเป็นคนสารเลวเข้าสักวัน
อากาศรอบตัวทั้งคู่กำลังร้อนระอุ ทันใดนั้นเสียงเอะอะก็ดังมาจากด้านหน้า
ทุกคนไม่คิดเลยว่าจะได้ของกลับมามากมายขนาดนี้ โดยเฉพาะพวกปัญญาชนลงชนบทจากเขตพักปัญญาชน
ตอนกลางวันพวกเขาเหนื่อยจากการปลูกต้นไม้ เดิมทีตอนกลางคืนตั้งใจจะฝืนไปจับกระต่ายมาทำเนื้อกินสักหน่อย แต่หยางเสวี่ยกลับห้ามหัวชนฝา บอกว่ามีฝูงหมาป่า ถ้าเจอเข้าต่อให้ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บ
ทุกคนเลยเชื่อเธอ
ถึงไม่ได้ไป แต่ก็จับตาดูสถานการณ์ทางนี้อยู่ตลอด คิดว่าจะรอดูไปก่อน ถ้าเห็นว่าไปได้สวย คราวหน้าค่อยรวมกลุ่มไปด้วยกัน
แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะมีเนื้อมากมายขนาดนี้!
“อันตรายตรงไหนกัน! เจอหมีสีน้ำตาลยังฆ่ามันได้ ถ้าเจอฝูงหมาป่า ไม่ได้กินเนื้อหมาป่ากันหรือไง?” ใครคนหนึ่งบ่นอย่างไม่พอใจ
อีกคนถอนใจ “กระต่ายเยอะขนาดนี้ มิน่าล่ะต้นกล้าถึงถูกแทะตายไปตั้งมากมาย”
คนที่พูดเช่นนี้มีคนในบ้านไปร่วมด้วย จึงได้แบ่งเนื้อกลับไป
ใบหน้าของคนส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความยินดี
แต่พวกปัญญาชน โดยเฉพาะคนที่ยังพอมีความสัมพันธ์ดีกับหยางเสวี่ย พอเห็นภาพนี้ก็รู้สึกเหมือนพลาดเงินก้อนโตไป