ฟู่ชางเย่ไม่คิดว่าพอกลับมาถึง ก็จะเห็นคนกลุ่มใหญ่ล้อมอยู่หน้าบ้านของตัวเอง
แว่วเสียงเอะอะจากวงในดังมาให้ได้ยิน
เขาร้อนใจขึ้นมาทันที
แค่ไปค่ายทหารครึ่งวัน เธอก็โดนคนรังแกแล้วหรือ?
ในใจเขาทั้งโมโหทั้งคิดว่าเธอไม่ได้เรื่อง แต่พอเงาร่างบอบบางนั้นเข้ามาในสายตา
หัวใจกลับอ่อนยวบลงทันใด
แดดตอนบ่ายก็แรงขนาดนี้ เธอไม่สวมผ้าคลุมหน้า ยืนตากแดดอยู่ไม่ร้อนหรือไง?
ใบหน้าก็ไม่แดงเหมือนปกติด้วย
ตกใจกลัวหรือเปล่า?
เขาพลันนึกถึงท่าทางน่าสงสารของเธอที่ขี้กลัวจนเข้าห้องน้ำยังต้องให้เขาไปเป็นเพื่อน จนแทบอยากแบกเธอกลับไปปลอบ
จังหวะนั้นเธอได้ยินเสียงจึงหันกลับมา ดวงตาเย็นชาและสงบนิ่ง ใบหน้าเล็กเกร็งขึง
เธอต้องกลัวแน่ ๆ!
ฟู่ชางเย่ก้าวยาว ๆ เข้าไปหา
เขาขายาวก้าวฉับ ๆ มา ร่างสูงใหญ่ดูราวกับภูเขาลูกหนึ่ง
พูดตามตรง เซิ่งเซี่ยก็แอบกลัวอยู่เหมือนกัน
แต่เธอจะเผยความขลาดต่อหน้าคนอื่นไม่ได้
ดวงตากลมโตเป็นประกายจับจ้องฟู่ชางเย่ “ฟู่ชางเย่...”
ยังไม่ทันพูดจบ ข้อมือของเธอก็ถูกมือใหญ่ที่อุ่นร้อนคว้าไว้
ทันทีที่จับมือ คิ้วของฟู่ชางเย่ก็ขมวดแน่น
ทำไมถึงเย็นขนาดนี้?
เขากำลังจะพูด หญิงตั้งครรภ์ที่อยู่บ้านข้าง ๆ อย่างจางเจวียนก็ยิ้มพลางเอ่ยขึ้นมา
“ผู้กองฟู่ เรื่องนี้โทษน้องเซิ่งเซี่ยไม่ได้จริง ๆ เธออยู่บ้านทำเนื้ออยู่ดี ๆ เด็กบ้านตรงข้ามดันหิวจนร้องไห้ แล้วก็มาขอเนื้อถึงบ้าน สมัยนี้ข้าวของแพงไปหมด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเนื้อเลย ขอเนื้อจากบ้านคนอื่นก็เหมือนจะเอาชีวิตกันนั่นแหละ ถ้าเป็นฉัน ฉันก็ไม่ให้เหมือนกัน”
“มีอะไรก็คุยกันดี ๆ เถอะค่ะ”
