ด้านหลัง รถตำรวจที่ไล่ตามมาตลอดไม่ได้รีบพุ่งตามเข้าไป
รถตำรวจคันนำแล่นมาถึงทางแยก ความเร็วลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตำรวจในรถมองเบนซ์คันที่ยังเร่งเครื่องอยู่ข้างหน้า สีหน้ามีแต่รอยยิ้มเยาะ
พวกเขาล้วนรู้ดีว่าอะไรรอเบนซ์คันนี้อยู่ข้างหน้า
“ปล่อยแถบหนาม!”
อีกฟากของทางแยก ตำรวจจราจรที่ประจำการอยู่แล้วตะโกนลั่น
เป็นจริงตามคาด เบนซ์เพิ่งออกจากทางแยกไปไม่ถึงห้าสิบเมตร บนถนนข้างหน้า กล่องสี่เหลี่ยมสีดำที่วางอยู่ริมทางก็ดีดแผ่นหนามโลหะยาวกว่าสิบเมตรออกมาในพริบตา
เหล็กแหลมเรียงรายชี้ขึ้น เฉกเช่นตะขาบดำทะมึนน่าสะพรึง ครอบคลุมช่องทางเดินรถทั้งหมดในชั่วพริบตา
เบนซ์ไม่มีแม้แต่เวลาให้ตอบสนอง
“ฟี๊บ—ตึง—!”
จังหวะที่ล้อทับลงไป อย่างแรกคือเสียงฟี๊บของยางที่ถูกแทงทะลุและฉีกขาด ตามด้วยเสียงกระแทกทื่อ ๆ ของดุมที่กระแทกลงบนเหล็กแหลมโดยตรง
จากนั้นก็มีเสียง “โครมคราม” ระคนกันนัว ลมในยางรั่วซ่าแฟบในไม่กี่สิบวินาที
ตัวรถทรุดฮวบ พวงมาลัยเริ่มเฉไฉไร้การควบคุม
คนขับหน้าเผือดสนิท
เขากำพวงมาลัยแน่น รู้สึกได้ถึงแรงต้านจากพวงมาลัยที่หนักยิ่งกว่าปกติ รถส่ายไปมาเหมือนคนเมาเหล้า เริ่มวาดรูปตัวเอสคดเคี้ยวบนท้องถนน
เขากระแทกคันเร่งสุดตัว สัญชาตญาณสั่งให้เครื่องยนต์คำรามอย่างไร้ผล ไม่เพียงความเร็วไม่เพิ่ม ยังลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เขาเหลือบมองแผงหน้าปัดด้วยความสิ้นหวัง
ตัวเลขวัดแรงดันลมยางกำลังดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ไฟเตือนสีแดงจากยางหลายเส้นสว่างวาบพร้อมกัน
“นายน้อย!” เสียงคนขับสั่นเครือ “ยาง...แตกหมดทุกเส้นแล้ว...อย่างมากก็ครึ่งนาที รถก็ไปต่อไม่ได้แล้ว!”
เบาะหลัง หลินอวี่ถังเอื้อมมือจับเบาะหน้ายามที่รถเริ่มโคลง
เสียงหวูดตำรวจดังใกล้เข้ามาทุกขณะ ใกล้จนเธอมองเห็นเสื้อสะท้อนแสงของเจ้าหน้าที่เหล่านั้นผ่านหน้าต่างรถ
นิ้วของเธอกำแน่นขึ้นช้า ๆ รู้สึกราวกับมีกระแสร้อนแล่นขึ้นในอก
ไปต่อไม่ได้แล้ว
คำนี้จากปากคนขับ แว่วเข้าหูเธอ กลับเหมือนมีเชือกเส้นหนึ่งหย่อนลงมา
เป็นเชือกช่วยชีวิต
เบาะผู้โดยสารตอนหน้า ใบหน้าที่สงบเยือกเย็นของเทรซีก็เปลี่ยนไป
เขาสะบัดหน้าไปมองบอดี้การ์ดที่นั่งเบาะหลังซึ่งคุยโทรศัพท์ตลอด พูดเร็วปรื๋อ “ทางโน้นจัดการเสร็จหรือยัง?”
ชายคนนั้นที่คุยโทรศัพท์ตลอดวางมือถือ สีหน้าย่ำแย่ไม่แพ้กัน “นายน้อย ท่านประธานบอกว่า...เขากำลังโทรประสานงาน ให้เราอย่าเผชิญหน้ากับตำรวจก่อน รอข่าวจากเขา”
อย่าเผชิญหน้า?
เทรซีมองนอกหน้าต่างรถ ตำรวจเข้ามาล้อมอีกครั้งจากด้านหลัง ที่ไกลออกไป ยังมีรถไฟกะพริบกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามา
เขาสูดหายใจลึกสองครั้ง หน้าอกกระเพื่อมขึ้น แล้วหันกลับมามองที่ใบหน้าหลินอวี่ถัง
ตอนนี้รถจอดนิทสนิทแล้ว
รอบตัวรถ ตำรวจคันแล้วคันเล่าขยับเข้ามาล้อม ปิดทุกซอกทุกมุมที่อาจหนีได้
เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษในเครื่องแบบดำและตำรวจชุดน้ำเงินลงจากรถมาแล้ว กำลังก้มตัว ถืออาวุธ ย่องเข้ามาใกล้เบนซ์ทีละก้าว
ไฟสัญญาณสีแดงสลับน้ำเงินของรถตำรวจส่องผ่านหน้าต่าง ตกกระทบครึ่งใบหน้าของเทรซี สีหน้าของเขาเดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืด
“หลินอวี่ถัง” เสียงเขากดต่ำ แต่ทุกถ้อยคำหนักแน่นชัดเจน “ถ้าเธอเข้าไปอยู่ในนั้นแล้วพูดอะไรที่ไม่สมควรออกไป...”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง พยายามควบคุมอารมณ์ น้ำเสียงแฝงนัยขู่ “ฉันจะทำให้เธอเสียใจจนวันตาย”
พูดจบ เขาก็หันศีรษะไป ไม่มองเธออีก
“โรงพัก ขังผมไม่อยู่หรอก”
หลินอวี่ถังพิงเบาะหลัง ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตุบ ๆ หนักขึ้นเรื่อย ๆ
นอกหน้าต่าง ฝีเท้าของตำรวจใกล้เข้ามาทุกที มีคนตะโกนแทรก เสียงดังลอดผ่านหน้าต่างรถอย่างอู้อี้
เธอมองรถตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่กรูเข้ามาล้อม แล้วมองใบหน้าด้านข้างของเทรซีที่ยังนิ่งสนิทไม่สะทกสะท้าน
ความคิดต่าง ๆ ปั่นป่วนในหัว
เธอควรทำยังไง?
“คนในรถ! ลงมาทันที!”
คำสั่งของตำรวจดังจากนอกรถ
เทรซีไม่ได้ขยับในทันที
เขามองหลินอวี่ถังเป็นครั้งสุดท้าย ความหมายในแววตานั้นชัดเจน ให้จำคำพูดของเขาเมื่อครู่ไว้ให้ดี
แล้วเขาก็ถอนสายตากลับ บอกลูกน้องที่เบาะหลังสองคนว่า “ให้ทนายมาที่นี่เร็วที่สุด ลงไปเถอะ อย่าขัดขืน”
พูดจบ เขาก็เอื้อมมือผลักประตูรถ การเคลื่อนไหวนิ่ง ๆ ไม่เร่งรีบ เหมือนกำลังก้าวลงจากรถรับจ้างที่จอดหน้าโรงแรม
ในจังหวะที่เขาวางเท้าออกจากประตูรถ มือถือของบอดี้การ์ดเบาะหลังที่รับผิดชอบการเช็กทะเบียนก็สั่นขึ้น
เขาหยิบออกมาดู กดเสียงต่ำพูดเร็ว ๆ “นายน้อย ได้เรื่องแล้ว คนที่แจ้งตำรวจชื่อลู่จิ้งซิว นักศึกษาปีสาม สาขาการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยปาตู”
เทรซีผงกหัว เก็บชื่อนี้ใส่มันสมอง
เขายืนนิ่งข้างรถ จัดแขนเสื้อนิดหน่อย แล้วเงยหน้าขึ้น มองตำรวจหลายนายที่เข้ามาล้อมด้วยสายตาเย็นชา
“รอทนายผม...”
เพิ่งพูดถึงครึ่งประโยค วินาทีถัดมา ตำรวจหลายนายก็กรูเข้ามาโดยตรง จับแขนเขาอย่างคล่องแคล่วเด็ดขาดกดท่อนบนของเขาลงบนฝากระโปรงหน้ารถ
กุญแจมืออีกอันก็ใส่ที่ข้อมือเขาทันที
แดดเดือนมิถุนายนที่สาดส่องมานาน ทำให้ฝากระโปรงร้อนจนแทบจะทอดไข่ได้
ใบหน้าของเทรซีถูกกดทับลงไป ความสำรวมที่รักษามาตั้งแต่ก้าวขึ้นรถ ในที่สุดก็ปรากฏรอยปริในพริบตา
เขาดิ้นอย่างแรงหนึ่งครั้ง แต่ไม่เป็นผล บนสีหน้ามีแววเหม่อลอยและมึนงงที่ยากจะเชื่อ
คงนึกไม่ถึงว่าตำรวจเซี่ยกั๋วจะตรงไปตรงมาและรุนแรงถึงขนาดนี้
อีกสามคนก็ซวยไม่แพ้กัน
คนขับถูกกระชากออกจากที่นั่งคนขับ ถูกเบี่ยงแขนไขว้หลังกดไว้บนประตู
บอดี้การ์ดสองคน คนหนึ่งถูกกดที่ท้ายรถ อีกคนถูกกดหมอบกับพื้น เสียงกุญแจมือล็อกดังกริ๊ก ๆ ทีละคน ๆ
ไม่ไกลนัก ข้างแอสตันมาร์ตินสีฟ้าสดคันนั้น ลู่จิ้งซิวยืนพิงประตูรถ มือล้วงกระเป๋ากางเกง มองดูเหตุการณ์ชุลมุนข้างนั้น เต็มหน้าไปด้วยความสนุก “ดูเขาดิ้นกันดีจัง”
สายตาเขากวาดผ่านชายหลายคนที่ถูกคุมตัว โดยเฉพาะเจ้าแกนนำที่เพิ่งถูกกดลงบนฝากระโปรงเมื่อครู่ เขาจ้องหน้ามันนานขึ้นอีกวินาทีหนึ่ง
อืม หน้าตาก็ดีใช้ได้นะ
ก็แค่ตอนนี้ หล่อไปก็ไร้ประโยชน์
ผู้ต้องหาหลายคนถูกทยอยจับขึ้นรถตำรวจทีละคน ทุกคนใส่กุญแจมือแน่นหนามิดชิด
หลินอวี่ถังมีตำรวจหญิงสองนายคุ้มกันซ้ายขวาพาไปขึ้นรถตำรวจอีกคัน
รอบ ๆ มีคนเดินถนนจำนวนไม่น้อยถูกเสียงหวูดรถตำรวจดึงดูดให้มามุงดูห่าง ๆ เป็นวง ชี้นิ้วชี้ไม้ กล้องมือถือส่องมาทางนี้
เธอยืนที่หน้าประตูรถตำรวจ กวาดตามองรอบ ๆ หนึ่งรอบ สายตาข้ามผ่านฝูงชนที่มาเป็นกองเชียร์ ถูกเบี่ยงเบนความสนใจโดยรถสปอร์ตสีฟ้าสดใสที่จอดริมถนนไม่ไกล
สีและรุ่นเด่นสะดุดตาเกินไป อยากไม่สังเกตก็ยาก
ข้าง ๆ รถมีผู้ชายอายุน้อยคนหนึ่ง รูปร่างสมส่วน กำลังกอดอกพิงหน้ารถ หน้าตาสบายอารมณ์
เขาหน้าตาดีมาก เป็นแบบหล่อสะอาดสะอ้าน ไม่เหมือนกับความหล่อแบบมืดมนเย็นชาของเทรซีเลยสักนิด
“น้องสาว? มีอะไรรึเปล่า?” ตำรวจหญิงที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเธอยืนนิ่ง มองตามสายตาเธอไป แล้วถาม
“อ๋อ เปล่า ไม่มีอะไร” หลินอวี่ถังรีบเก็บสายตากลับมา ไม่กล้ามองอีก ก้มหน้าผวาเข้าไปในเบาะหลังของรถตำรวจ
ประตูรถปิดลง ปิดกั้นเสียงอึกทึกและสายตาจากภายนอก
เธอพิงเบาะ ซุกหน้าลงในวงแขนที่ไขว้กัน หัวใจยังเต้นเร็ว สมองฟุ้งซ่านไปหมด
เธอปลอดภัยหรือยัง?
อาจแค่ชั่วคราว
คำพูดของเทรซีเมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในหัวเธอ
"โรงพักขังผมไม่อยู่"
ถ้าเป็นคนอื่นพูดคำนี้ เธออาจไม่เชื่อก็ได้
แต่นั่นคือเทรซี เธอเคยถูกจับกุมมานักต่อนัก รู้ดีว่าคนผู้นี้มีอิทธิพลมากแค่ไหน
ตอนนี้เธอมาอยู่ในมือตำรวจแล้ว ต่อไปล่ะ? เป็นการให้ความร่วมมือสอบสวน บอกเล่าให้ตำรวจฟังถึงสิ่งที่เธอเจอในเยอรมนี? หรือกลัวจนไม่กล้าพูดอะไรสักคำ?
พูดไป มันจะมีประโยชน์จริงหรือ?
เธอหลับตา ลมหายใจสับสนอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก