ฉินชางเย่าค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินไปหยุดตรงหน้าเจ้าเงาดำ แล้วทอดสายตามองลงมาจากเบื้องบน
“ตอนนี้พูดได้แล้ว”
“ใครส่งพวกเจ้ามา?”
เจ้าเงาดำจ้องฉินชางเย่าเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเคียดแค้น
เขาอ้าปาก แต่กลับไม่พูดอะไร
ฉินชางเย่าเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ไม่พูดหรือ?”
“ไม่เป็นไร ซื่อจื่อผู้นี้มีวิธีทำให้เจ้าเอ่ยปากอีกมาก”
ขณะกล่าว ปลายนิ้วของเขาก็มีเพลิงโบราณเสวียนหวงลุกไหวเบา ๆ เปลวไฟนั้นแม้จะเล็กจ้อย แต่กลับทำให้เจ้าเงาดำสะดุ้งเฮือกไปทั้งร่าง
เมื่อครู่เขาเห็นกับตาว่าสหายทั้งสี่ถูกเปลวไฟนี้เผาจนกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา
ความหวาดกลัวเช่นนี้ย่อมปิดบังไม่มิด
ฉินชางเย่ากล่าวอย่างเรียบเฉยว่า
“ซื่อจื่อผู้นี้จะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ใครส่งเจ้ามา?”
ลมหายใจของเจ้าเงาดำถี่กระชั้น แววตาวูบไหวไม่หยุด
ครู่ต่อมา เขาก็พลันหัวเราะเย็นชา
“ฉินชางเย่า...”
“เจ้าอยู่ได้อีกไม่นานหรอก”
ฉินชางเย่าหรี่ตาลงเล็กน้อย
“โอ้?”
เจ้าเงาดำแสยะยิ้ม ทว่าจู่ ๆ มุมปากก็มีเลือดสีดำไหลซึมออกมา
พริบตาถัดมา ร่างของเจ้าเงาดำพลันแข็งทื่อ ลายเลือดสีดำสนิทผุดขึ้นเป็นเส้น ๆ บริเวณลำคอ
พลังชีวิตของเขาสลายไปอย่างรวดเร็ว
กัดพิษฆ่าตัวตายหรือ?
ฉินชางเย่าไม่คาดคิดมาก่อน
เขาขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะรีบค้นตัวศพของคนชุดดำทั้งห้า
คนทั้งห้าไม่มีอะไรติดตัวเลย มีเพียงผู้นำเท่านั้นที่มีป้ายคำสั่งอยู่ชิ้นหนึ่ง
บนป้ายคำสั่งสลักอักษรไว้หนึ่งตัว
‘จักรพรรดิ’!
เมื่อเห็นอักษรตัวนั้น ฉินชางเย่าก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ไอสังหารน่าสะพรึงกลัวพลุ่งขึ้นจากร่าง
เดิมทีเขายังคิดว่าคนทั้งห้าอาจเป็นคนที่บิดาผู้ไม่ค่อยสนิทส่งมาฆ่าตน
