เมื่อเห็นท่าทางของลู่ชิงซานกับหานซง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์แทบอ้าปากค้าง
นี่...นี่ใช่สองบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยสั่นสะเทือนนครหลวงในความทรงจำของพวกเขาจริงหรือ?
ลู่ชิงซานกับหานซงกลับไม่สนใจสายตาประหลาดใจของคนอื่นแม้แต่น้อย
สามัญชนเหล่านี้จะรู้ได้อย่างไรว่าอาจารย์ฉินเก่งกาจเพียงใด!
เขาคือยอดฝีมือที่ปรุงโอสถระดับวิญญาณลายเก้าเส้นได้
หากเติบโตขึ้นในวันหน้า อย่างน้อยก็ต้องเป็นนักปรุงโอสถระดับราชันย์ หรืออาจถึงขั้นระดับเทวะ
หากไม่ได้เกาะขาฉินชางเย่าไว้ พวกเขาต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่
“หากวันนี้อาจารย์ฉินไม่ตอบรับ พวกข้าก็จะคุกเข่าอยู่ที่นี่ ไม่ลุกขึ้นเด็ดขาด!”
กล่าวจบ ลู่ชิงซานกับหานซงก็ก้มศีรษะโขกพื้นอย่างแรง
ฉินชางเย่าเห็นเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย
เล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ!?
แต่ถึงทั้งสองจะอายุมากไปสักหน่อย ทว่าสายตาก็ไม่เลวจริง ๆ
หากรับทั้งคู่เป็นศิษย์ สำหรับฉินชางเย่าแล้วก็ไม่มีผลเสียอะไร
อย่างน้อยก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
“ช่างเถิด!”
“แต่ข้ารับพวกเจ้าเป็นได้เพียงศิษย์สายนอก พวกเจ้าสองคนยินดีหรือไม่?”
ฉินชางเย่าเอ่ยขึ้น
ความสำเร็จในวันหน้าของเขาย่อมไม่อาจถูกจำกัดอยู่ในแคว้นเหลียงเล็ก ๆ แห่งนี้ อีกไม่นานก็ต้องเดินทางไปยังโลกที่กว้างใหญ่กว่า ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะพาชายชราสองคนไปด้วย
ถ้าเป็นสาวงามอกโตสองคนก็ยังพอพิจารณาได้
ศิษย์สายนอก?
เมื่อได้ยินสี่คำนี้ แววตาของทั้งคู่ไม่เพียงไม่มีความไม่พอใจแม้แต่น้อย กลับเป็นประกายวาบด้วยความตื่นเต้นอย่างยิ่ง
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ ขอบพระคุณท่านอาจารย์...”
“พวกข้ายินดี!”
