นี่คือเส้นทางเคลื่อนที่ ภายในอบอวลไปด้วยคลื่นปริภูมิอันลี้ลับ
เมื่อก้าวเข้ามาในนี้ เย่หานรับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาล ราวกับกำลังบดขยี้ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณยุทธ์ของนักบำเพ็ญไปพร้อมกัน
แต่แรงกดดันเช่นนี้ สำหรับเย่หานแล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก
เคลื่อนย้ายขึ้นตามเส้นทาง แค่ชั่วอันสั้น เขาก็ปรากฏตัวขึ้นที่ชั้นที่สองของจวนตันหยง
บนชั้นนี้ จำนวนนักบำเพ็ญที่มาถึงมีน้อยกว่า ราวสามพันถึงสี่พันคนเท่านั้น คนจำนวนมากกำลังแย่งชิงสมบัติวิเศษกัน เขารับรู้ได้ว่าในโถงข้างหลายแห่งของชั้นที่สองนี้ มีคลื่นพลังอันกล้าหาญของอาวุธหลุดออกมา และยังมีกลิ่นหอมชุ่มชื่นใจของโอสถระดับเทพนานาชนิดลอยฟุ้งอยู่
“นั่นมันอะไรน่ะ?”
เย่หานเห็นว่ามีผู้หนึ่งได้กระดูกซากหนึ่งชุดมา
ซากนั้นกลับเป็นร่างของพยัคฆ์ขาวที่สมบูรณ์ทั้งองค์ เนื้อเลือดแห้งเหี่ยวไปนานแล้ว เหลือเพียงขนและโครงกระดูกอันไม่รู่โรย
หากสามารถฉีดพลังปราณเข้าไป แล้วเคล็ดวิชาที่สมควร ก็จะหลอมมันเป็นอาวุธสังหารชั้นยอด หรือไม่ก็กลั่นมันเป็นร่างแทนได้
“พยัคฆ์ขาวตัวนี้ เมื่อยังมีชีวิตก็เพียงเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเผ่าปีศาจระดับครึ่งก้าวเทพยุทธ์เท่านั้น ร่างกายชุดนี้ก็ถือว่าไม่ล้ำค่าอันใด” เย่หานส่ายศีรษะ
ไปมาในชั้นที่สองได้ครู่หนึ่ง เขาก็ผิดหวังอีกครั้ง
สมบัติในชั้นนี้ไม่มีเสน่ห์จูงใจเช่นกัน แต่เขากลับได้ยินการสนทนาของเหล่าผู้เชี่ยวชาญ จึงคุ้นเคยกับจวนตันหยงมากยิ่งขึ้น
ภายในจวนตันหยงแบ่งออกเป็นทั้งหมดเก้าชั้น ยิ่งขึ้นไปชั้นบนสุด สิ่งดีงามที่ได้รับย่อมมากยิ่งขึ้น
ครั้งอดีต จวนตันหยงไม่ได้เป็นเพียงที่พำนักของจักรพรรดิยุทธ์แห่งสุญญากาศเพียงผู้เดียว บรรดาศิษย์และผู้สืบทอด ศิษย์ในสังกัดล้วนอาศัยอยู่ในคฤหาสน์มหึมาแห่งนี้ ยิ่งผู้สืบทอดแข็งแกร่งเพียงใด ที่ฝึกบำเพ็ญและพำนักย่อมอยู่ชั้นบนสุดเพียงนั้น
