“ยังมีภัยอีกงั้นรึ?”
ป้าหรูเสินขมวดคิ้ว “ต่อไปนี้ควรทำอย่างไร มีสิ่งใดที่วังยุทธต่อสู้พอจะลงมือได้บ้าง?”
เย่หานหัวเราะขึ้น สีหน้าผ่อนคลาย “ครูไม่ต้องเป็นห่วง แต่ต่อจากนี้วังยุทธต่อสู้ก็ควรเตรียมการสักหน่อย”
“เตรียมการอย่างไร?”
ป้าหรูเสินถามอย่างจริงจัง
“เทือกเขาสวรรค์ทั้งเก้ามีเก้ายอด นอกจากยอดกลางที่ตั้งอยู่ของวังยุทธต่อสู้แล้ว อีกแปดยอดที่เหลือ ต้องสร้างมหาศาลาฝึกปรือ ลานฝึกวิถียุทธ์ และสิ่งเหล่านี้ขึ้นให้ครบ เพื่อรองรับเหล่าคนพวกนี้”
เย่หานกล่าวพลางสะดุดมือไปยังคนกว่าพันที่เขาลบชื่อออกจากทำเนียบจ้าวไปแล้ว
“นี่… จะปล่อยให้พวกมันอยู่ฝึกปรือบนเทือกเขาสวรรค์ทั้งเก้าจริงๆ งั้นรึ?”
ป้าหรูเสินรู้สึกระแวงขึ้นมาบ้าง
แม้เขาจะเป็นผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่ในแดนของตน ผู้หยิ่งผยองไร้ผู้ใดเสมอเหมือนในใจ แต่โดยกำเนิดแล้วก็เป็นเพียงสิริชีวิตที่ถือกำเนิดจากโลกเล็ก พอเผชิญหน้ากับอัจฉริยะที่มาจากโลกใหญ่แห่งสรวงสวรรค์เหล่านี้ ก็ยังคงรู้สึกระทก
คนพวกนี้ สุ่มหยิบใครสักคนออกมายืน ทั่วทั้งวังยุทธต่อสู้ นอกจากเย่หานแล้วไม่มีผู้ใดจะกดขี่เขาเหล่านั้นได้ ล้วนเป็นเหล่าเทพผู้ดุร้ายทั้งสิ้น
“ได้แน่นอน ข้าจะไม่เลี้ยงดูพวกเฒ่าแก่พวกนั้นให้ฟรีๆ สามปีหรอกนะ ปล่อยให้พวกมันอยู่ฝึกปรือบนเทือกเขาสวรรค์ทั้งเก้า ก็ต้องทำงานเป็นวัวเป็นม้า รับใช้ล้างเท้าให้พวกเรา”
เย่หานกล่าวอย่างกึ่งเล่นกึ่งจริง
ป้าหรูเสิน “…!”
ขณะที่สนทนากับป้าหรูเสินอยู่นั้น สมรภูมิใต้ทำเนียบจ้าวก็ทั้งปวงได้กลับคืนสู่ภาวะปกติในที่สุด
สงครามใหม่เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางสมรภูมิย่อยกว่าร้อยแห่ง ยามใดยามหนึ่งล้วนมีการต่อสู้เกิดขึ้นตลอดเวลา
