หอวั่งเยว่ ภายในห้องรับรอง:
เสิ่นเยี่ยนซูจัดสำรับอาหารไว้เต็มโต๊ะแล้ว
“ถึงเวลาอาหารแล้ว กินก่อนเถิด”
เสิ่นเยี่ยนซูจัดวางชามและตะเกียบให้ฉู่ชิงเกอ
ฉู่ชิงเกอคร้านจะอ้อมค้อม จึงถามตรง ๆ ว่า “ซื่อจื่อเสิ่น สืบพบสิ่งใดแล้วหรือ?”
เสิ่นเยี่ยนซูกำลังใช้ชาร้อนลวกตะเกียบของตน เขาไม่ตอบแต่ย้อนถามว่า “เสบียงแปดหมื่นชั่งนั่น เจ้าให้คนย้ายไปจนหมดหรือ?”
ฉู่ชิงเกอยิ้มน้อย ๆ “ซื่อจื่อเสิ่น มีหลักฐานหรือ?”
เสิ่นเยี่ยนซูจึงวางตะเกียบลง แล้วมองนางอย่างจริงจัง “ข้ารู้ว่าหอวั่งเยว่แห่งนี้เป็นจุดติดต่อของยอดเขาเพียวเหมี่ยวในเมืองหลวง สาวใช้ของเจ้าเคยมาที่นี่หลายครั้ง ส่วนข่าวลือของตระกูลเสิ่นก็แพร่ออกไปจากหอวั่งเยว่”
“เสบียงแปดหมื่นชั่งหายไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วข้ามคืน นอกจากยอดเขาเพียวเหมี่ยวแล้ว ยังมีผู้ใดมีความสามารถเช่นนี้อีก?”
“ข้ารู้ว่าตระกูลเสิ่นตั้งหลักในเมืองหลวงได้ก็เพราะตระกูลฉู่คอยเกื้อหนุน เจ้าทำให้ตระกูลเสิ่นต้องชดใช้ราคาอย่างแสนสาหัสแล้ว จะ...ละเว้นตระกูลเสิ่นได้หรือไม่?”
แววตาเสิ่นเยี่ยนซูซับซ้อน “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะมีความสามารถถึงเพียงนี้ ก่อนหน้านี้ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริง ๆ”
ฉู่ชิงเกอหัวเราะเย็นชา “เสิ่นเยี่ยนซู เจ้าคิดว่าข้ามาที่นี่กับเจ้าเพื่อฟังเรื่องพวกนี้หรือ? เข้าเรื่องเถิด เจ้าสืบพบอะไร?”
เสิ่นเยี่ยนซูจึงเข้าเรื่อง “หลายวันมานี้ ข้าอาศัยข้ออ้างเรื่องงาน ไปตรวจดูเอกสารที่กรมคลัง แล้วพบว่าเสบียงที่ส่งไปด่านเยี่ยนเหมินมีปัญหา”
“พูดต่อ”
