“เชิญด้านในครับท่าน ลูกค้าต้องการโอสถ ยันต์ หรือเลือดและกระดูกอสูรดีครับ”
ถึงแม้ร้านจะตั้งอยู่ในทำเลที่ค่อนข้างเปลี่ยว เหตุผลหลักก็เพราะพวกเขามีหินวิญญาณไม่มากพอ เลยต้องมาเช่าที่แบบนี้ ทั้งยังต้องเอาโอสถของเสิ่นจืออินมาสมทบอีกขวดหนึ่ง
แต่เพราะการตกแต่งร้านดูประหลาดเกินไป โดยเฉพาะตอนกลางคืน
ร้านอื่น ๆ ในยามค่ำคืนล้วนใช้หินเรืองแสง ซึ่งเป็นของพื้นเมือง
หินชนิดนี้จะส่องแสงเมื่อถึงกลางคืน ใช้แทนหลอดไฟฟ้า
ทว่าแสงสว่างนั้นก็เทียบเท่ากับหลอดไส้แบบเก่าที่โลกสมัยใหม่เลิกใช้ไปแล้ว
ที่จริงก็สว่างพอใช้แล้ว ทุกร้านต่างวางเรียงรายทำให้ทั่วทั้งถนนสว่างไสว
แต่ท่ามกลางแสงไฟแสนธรรมดานี้ กลับมีร้านหนึ่งเด่นสะดุดตาโผล่ขึ้นมา
ใช่แล้ว นั่นก็คือร้านของเสิ่นจืออินกับพวก
พอเปิดไฟ แสงสว่างก็เจิดจ้าราวกับกลางวัน ร้านข้าง ๆ และท้องถนนพลอยสว่างตามไปด้วย เรียกได้ว่าพุ่งกระจายรัศมี แสงไฟของร้านอื่น ๆ ถูกกลบจนดูด้อยไปทันที
ดังนั้นในคืนวันเปิดร้าน ลูกค้าแทบทั้งถนนต่างพากันหลั่งไหลมาโดยไม่รู้ตัว
“นั่นมันสิ่งใดกัน”
ทุกคนที่ก้าวเข้ามาในร้านต่างจ้องมองโคมระย้าคริสตัลหรูหราบนเพดานด้วยความฉงน
แสงสว่างจ้า และที่สำคัญที่สุดคือสิ่งนี้มันดูงดงามเกินไปแล้ว!
“นี่คือโคมระย้าของเรา ไม่ใช่ของขายนะขอรับ เชิญทุกท่านดูสินค้าของเราก่อนเถอะ”
“โคมระย้า นี่คือสมบัติวิเศษที่ปรมาจารย์หลอมอาวุธท่านใดสร้างขึ้นมารึ เหตุใดจึงส่องให้ห้องสว่างราวกลางวันได้”