ในเวลาเดียวกัน ณ โลกสวรรค์
ผ่านมาหลายพันปีแล้วที่ไม่มีใครทะลวงขึ้นสู่สวรรค์ได้ โลกสวรรค์ก็ขาดการติดต่อกับโลกเบื้องล่าง หลายปีมานี้ทั่วทั้งเทพนภาต่างเงียบเหงาราวกับไร้ชีวิต
วันนี้ เทพนภาสั่นสะเทือน ทุกคนสัมผัสได้ มันมาจากแท่นทะยานสวรรค์นั่น!
ในชั่วพริบตา เงาร่างนับไม่ถ้วนที่มีรัศมีเรืองรองก็พุ่งตรงไปยังแท่นทะยานสวรรค์ด้วยความรวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้น”
“เหมือนว่าทางแท่นทะยานสวรรค์นั่นมีอะไรเคลื่อนไหว”
“หลายปีขนาดนี้ ในที่สุดก็มีคนฝ่าช่องทะยานสวรรค์ขึ้นมาได้แล้วหรือ เร็วเข้า เร็วเข้า ข้าจะไปดูว่าเป็นใคร!”
พวกเขาล้วนตื่นเต้น หลายปีมานี้ ถือว่ามีคนใหม่มาสักที
ที่สำคัญที่สุดคือ ฝ่าช่องทะยานสวรรค์ได้แล้ว เช่นนั้นก็หมายความว่าพวกเขาจะติดต่อกับโลกเบื้องล่างได้อีกแล้วอย่างนั้นหรือ
เทพเซียนทุกแห่งหนล้วนเหยียบเมฆมงคลเจ็ดสี ขี่พาหนะสง่างามบินไป
ในเมื่อเป็นคนใหม่ พวกเขาจึงต้องปรากฏตัวอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
“ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าโลกเบื้องล่างพัฒนาไปถึงไหนแล้ว ข้านึกว่ากว่าจะสิ้นอายุขัยก็คงหาทิศทางของโลกเบื้องล่างไม่เจอเสียแล้ว เพราะหามาตั้งนาน”
ช่องทางเชื่อมกับโลกเบื้องล่างถูกปิด อีกทั้งยังเป็นกฎสวรรค์ที่ปิด พวกเขาหามานานก็ยังหาทิศทางของดาวโลกไม่เจอ
แม้จะทะยานสู่สวรรค์แล้ว แต่เทพเซียนหลายองค์ที่นี่ก็มาจากดาวโลก ดาวโลกจึงเปรียบเสมือนบ้านเกิดของพวกเขา
วันนี้ คึกคักยิ่งกว่างานเลี้ยงของเง็กเซียนฮ่องเต้เสียอีก ทั้งแก่ทั้งหนุ่ม ทั้งที่เป็นคนและไม่ใช่คนต่างมารวมตัวกันที่แท่นทะยานสวรรค์ ล้วนมาดูความสนุก
มีอะไรบางอย่างขึ้นมา ทุกคนก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที
เดิมทีคิดว่าสิ่งแรกที่ขึ้นมาจะเป็นผู้ทะยานสวรรค์ แต่กลับไม่คิดว่าเจ้าสิ่งนั้นจะพุ่งผ่านหน้าพวกเขาไป เสียงฟิ้วหนึ่ง ราวกับอุกกาบาตที่บินหายไปอย่างไร้การควบคุม