คนหลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ปกติขึ้นเรื่อย ๆ
จนกระทั่งถึงคิวของเสิ่นซิ่วหนานและพวกอีกครั้ง
เสิ่นซิ่วหนานกับเสิ่นมู่เหย่สู้กันในภาพลวงตาได้มันหยดเกินไป ใช่ว่าจะทำลายภาพลวงตาไม่ได้ แต่คือไม่อยากออกมาเลย สุดท้ายรบกันสะใจแล้วถึงทำลายภาพลวงตาออกมา
ส่วนภาพลวงตาของเสิ่นซิวหรานเริ่มจากเป็นเด็กยากจนสู้สร้างเนื้อสร้างตัว สุดท้ายก็สร้างบริษัทของตัวเองในภาพลวงตาให้แข็งแกร่งและดีที่สุดแล้วถึงยอมออกจากภาพลวงตาอย่างพึงพอใจ
พวกเขาจึงเสียเวลาไปบ้าง เพราะฉะนั้นตอนเดินบันไดสวรรค์เสร็จ ลำดับเลยค่อนข้างรั้งท้าย
แต่พวกเขาก็ไม่แคร์อยู่แล้ว เดินเรียงหน้ามาต่อคิวแบบสบาย ๆ
"ว่าตั้งนานแล้วว่าศิลาตรวจวัดนี่มันจะพังได้ไง"
แต่การที่มันไม่พังนี่สิยิ่งน่าขนลุก เปิดฉากมาก็ให้รากวิญญาณเดี่ยวมาสามคน ทั้งหมดเป็นพรสวรรค์ระดับสุดยอดด้วย
คิดถึงตรงนี้ พวกพี่ชายพี่สาวกับผู้ดูแลของสำนักที่มารับหน้าที่คัดเลือกศิษย์ใหม่ถึงกับตื่นเต้นจนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
สามคนนะ!
เจ็ดคนหลังจากนั้นเป็นปกติหมด เป็นรากวิญญาณรวม ส่วนที่ดีที่สุดคือรากวิญญาณคู่ พรสวรรค์รากวิญญาณก็จัดว่าอยู่ระดับกลางค่อนบน
แต่ด้วยแรงสะเทือนจากก่อนหน้านี้ พวกนี้ไม่ทำให้เกิดระลอกคลื่นอะไรได้เลยสักนิด
"คนต่อไป"
เสิ่นซิ่วหนานก้าวขึ้นหน้า
"อายุกระดูกสามสิบหกปี ระดับบำเพ็ญขั้นแก่นทองขั้นต้น รากวิญญาณโลหะเดี่ยว พรสวรรค์รากวิญญาณ—สุด…สุดยอด"
ดีมาก เป็นอีกหนึ่งคนที่น่าขนลุก
ศิษย์คนนั้นถึงกับดูศิลาตรวจวัดซ้ำอีกหลายรอบ
ไม่ผิด!
บัดเดี๋ยวนี้ สถานที่สอบคัดเลือกศิษย์ของสำนักว่านเจี้ยนทั้งหมดเงียบสนิทราวกับสุสาน
