ที่บริษัทของจวินยวนกำลังโกลาหลวุ่นวาย
พวกพี่น้องตระกูลเสิ่นก็ยังเป็นห่วงหน้าตาของเสี่ยวกู๋ไท่อยู่ดี
ใช่แล้ว พวกเขาไม่ได้ห่วงความปลอดภัยของเสี่ยวกู๋ไท่หรอก ต่อให้หัวหน้าจวินจะทำอะไรก็แค่ขู่ให้กลัวเท่านั้น
แต่พวกเขาห่วงหน้าตาของเสี่ยวกู๋ไท่ ถ้าคนรู้จักเห็นเข้าก็รู้ ๆ กันอยู่ แต่ถ้าห้อยต่องแต่งอยู่นอกหน้าต่างแล้วโดนโดรนถ่ายไว้ หรือมีคนตึกข้าง ๆ เห็นแล้วถ่ายรูปลงเน็ต นั่นสิถึงจะขายหน้าทั่วโลก
พวกเขาเลยกะเวลาพอเหมาะแล้วโทรวิดีโอคอลหาเสี่ยวกู๋ไท่
พอสายติด ภาพสั่น ๆ เหมือนเสี่ยวกู๋ไท่กำลังวิ่งหนีอะไรสักอย่าง
“เสี่ยวกู๋ไท่ ทำอะไรอยู่น่ะ”
เสิ่นจืออินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ก ๆ แต่เรียบเฉย
“หนีตาย”
สิ้นเสียง แส้กระดูกสีดำก็ฟาดลงมาบนต้นไม้ข้าง ๆ จนหักโค่น
“เฮ้ย ใครมันบังอาจนักถึงกล้า…”
ประโยคยังไม่ทันจบก็ชะงัก เพราะเสียงของจวินยวนดังขึ้น
“แกนี่กล้าดีนี่นะ นับแต่ข้าเกิดมา แกเป็นคนแรกที่กล้าเอาน้ำมูกน้ำลายมาเช็ดบนเสื้อข้า!”
เสิ่นจืออินหันขวับ “ก็บอกแล้วไงว่าจะไม่ถือสากับเรื่องเล็ก ๆ ที่ข้าทำ แล้วทำไมกลับคำล่ะ!”
จวินยวนทั้งขำทั้งโมโห “ในสายตาของข้า เรื่องนี้มันใหญ่กว่าตอนที่แกทำลายกำแพงข้าอีก”
