พี่น้องตระกูลเสิ่นหลายคนถูกแย่งชิงรับเป็นศิษย์ แม้แต่เสิ่นอวี้จู๋ก็ไม่เว้น
ถึงเสิ่นอวี้จู๋มีรากวิญญาณธาตุไม้ซึ่งเหมาะกับการหลอมโอสถมากกว่า แต่ก็ฝึกกระบี่ได้นะ แค่พลังทำลายล้างไม่มากเท่า
แต่สุดท้ายเสิ่นอวี้จู๋ก็ถูกหนานซู อาจารย์ของเสิ่นจืออินรับไป
เขาเก็บไว้ให้คู่บำเพ็ญในอนาคต
ถึงคู่บำเพ็ญในอนาคตไม่รับ เขากับศิษย์ก็สอนให้ได้
เพราะศิษย์ของเขาก็นับว่าเป็นผู้ฝึกตนโอสถคนหนึ่ง
หลังจากจัดการศิษย์ใหม่ทั้งหมดเสร็จ กลุ่มคนจากดาวโลกก็เริ่มต้นชีวิตในสำนัก
ในจำนวนนั้น เสิ่นซิวหรานยังต้องถูกพาไปเรียนรู้การจัดการงานต่าง ๆ ของสำนัก
เพราะเขาถูกเจ้าสำนักรับไปแล้ว
แต่มันก็บังเอิญไม่ใช่เหรอ เสิ่นซิวหรานเป็นประธานใหญ่ จัดการพวกนี้มันง่ายเกินไปแล้ว
ที่เจ้าสำนักรับเขาก็เพราะตอนอยู่ในภาพลวงตามองเห็นความสามารถในการจัดการของเขา
ไม่คิดว่าคนนี้จะเก่งเกินกว่าที่เขาคิดไว้ นี่มันเหมือนเป็นตัวสำรองเจ้าสำนักคนต่อไปเลยนะ!
น่าเสียดาย คนคนนี้ถูกกำหนดให้ต้องจากไปอยู่ดี
คิดไปคิดมา เจ้าสำนักก็ใจหาย ศิษย์คนนี้ถูกใจเขามากเกินไปแล้ว ใจหายจริง ๆ!
เสิ่นจืออินไม่ได้เห็นตอนที่เสิ่นอวี้จู๋ถูกอาจารย์ภรรยาในอนาคตรับเป็นศิษย์ เพราะก่อนที่อาจารย์ภรรยาจะมา เธอได้ปิดด่านไปแล้ว
ระดับบำเพ็ญในร่างกายใกล้จะกดไว้ไม่อยู่แล้ว ถึงจุดวิกฤตที่ระดับบำเพ็ญใกล้จะทะลวง เสิ่นจืออินไปปิดด่านที่จุดชีพจรวิญญาณหลังเขาสำนัก
ปิดด่านครั้งนี้ยาวนานถึง 5 ปี
5 ปีผ่านไปพอออกจากด่าน ท้องฟ้าก็รวมตัวเป็นเมฆวิบากกรรมจำนวนมาก วิบากกรรมสายฟ้าของเธอมาเยือนอย่างดุเดือด
น่ากลัวกว่าตอนที่ทะลวงขั้นแปลงเทพในชาติก่อนอีก 4-5 เท่า
