จวินยวนอยู่ในที่นี้ได้ไม่นานนัก เขาเพียงกำชับให้เก็บรักษาศพของเสิ่นซิ่วหนานไว้ให้ดีก็จากไป
เหลือเพียงเสิ่นอวี้จู๋กับพวกคอยดูแลเสิ่นจืออินที่หมดสติอยู่ในถ้ำ ส่วนคนอื่น ๆ ต่างก็วุ่นวาย
วุ่นกับการจัดการผลพวงจากศึกครั้งนี้
เสิ่นจืออินฟื้นขึ้นมาหลังจากผ่านไปสองวัน
สิ่งแรกที่ทำหลังจากฟื้นคือตรวจดูสภาพของบรรดาหลานเขย
นอกจากเสิ่นอวี้จู๋แล้ว ที่เหลือบาดเจ็บหนักกันถ้วนหน้า แต่ด้วยเสิ่นอวี้จู๋และโอสถที่สำนักโอสถนำมา ทำให้คนบาดเจ็บไม่มีใครเสียชีวิต
ตาของเสิ่นอวี้จู๋แดงก่ำ ไม่รู้ว่าร้องไห้มานานแค่ไหนแล้ว
พอเห็นเสิ่นจืออินฟื้น เขาก็ร้องไห้อีก
เสิ่นจืออินตบบ่าเขาเบา ๆ “วางใจเถอะ ข้าจะชุบชีวิตพี่รองของเจ้า และจะล้างแค้นให้ด้วย”
โลกบำเพ็ญเพียรไม่เคยมีคำว่าแยกตัวเองออกมาได้ ไม่ว่ายังไงก็มีผู้ใหญ่คอยหนุนหลังเด็กเสมอ ความรับผิดชอบนั้นโยงใยถึงกัน
ในเมื่อฆ่าผู้ใหญ่ไปแล้ว ครอบครัวเบื้องหลังพวกนั้นก็ต้องรับโทสะด้วยเช่นกัน
สำนักเหวินเจี้ยนยุ่งอยู่กับการจัดการพวกมารภายนอก ไม่มีเวลาไปสะสางตระกูลและกองกำลังเบื้องหลังพวกผู้ฝึกตนขั้นข้ามหายนะ แต่ทันทีที่เสิ่นจืออินฟื้น วันรุ่งขึ้นนางก็ออกไปหาเรื่องทันที
ไม่เพียงฆ่าผู้ฝึกตนที่ต่อต้านรุนแรงในกองกำลังเหล่านั้น ยังปล้นคลังสมบัติของพวกเขาอย่างโจ่งแจ้ง ไม่เหลืออะไรไว้เลยสักอย่าง
แม้แต่เส้นปราณวิญญาณที่พวกเขาครอบครองนางก็ปล้นหมด
ใครขัดขืนก็ฆ่า ส่วนพวกที่หนีไปนางก็ไม่สนใจมากนัก
กล้าคิดเอาของคนอื่นแล้วก่อสงคราม ก็ต้องเตรียมใจถูกปล้นกลับบ้าง!
กองกำลังที่ได้ข่าวรีบเก็บข้าวของเตรียมหนี แต่สุดท้ายก็ถูกเสิ่นจืออินตามเจอจนได้