จ้าวฉุนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ใต้เท้ายวีเฉลียวฉลาดสมคำร่ำลือ เจิ้นเห็นว่าราชสำนักต้าจงอ่อนด้อยด้านการจัดการกิจการทหาร จึงเรียกอ๋องเจ็ดเข้าราชสำนักเป็นพิเศษ เพื่อมอบหมายภารกิจสำคัญนี้ จะได้เติมเต็มช่องว่างด้านการจัดการทหาร”
เหล่าขุนนางหลายคนต่างรู้แจ้งในใจว่า ฝ่าบาทต้องการก่อตั้งกองทัพใหม่ขึ้นอีกกอง นอกเหนือจากกองทัพเจิ้นซี มิฉะนั้น ทั่วทั้งต้าจงจะมีกองทัพหนึ่งแข็งแกร่งอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งยังไม่อยู่ใต้อำนาจควบคุมของฝ่าบาท
ไม่ว่าผู้ใดขึ้นเป็นฮ่องเต้ หากต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ ย่อมไม่อาจวางใจได้
“ฝ่าบาททรงพระปรีชา กระหม่อมเห็นชอบให้อ๋องเจ็ดเข้าราชสำนักพ่ะย่ะค่ะ”
เฉาเต๋ออวิ้นเป็นคนแรกที่ขานรับ
“กระหม่อมเห็นชอบให้อ๋องเจ็ดเข้าราชสำนักพ่ะย่ะค่ะ”
คนอื่น ๆ ต่างพากันกล่าวสนับสนุน
“ดี เมื่อเป็นเช่นนี้ เจิ้นจะประกาศเรียกอ๋องเจ็ดเข้าตำหนัก ให้มาพบกับเหล่าขุนนางทั้งหลาย”
จ้าวฉุนเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว ทันทีที่สิ้นเสียง ขันทีที่ยืนอยู่หน้าประตูก็ขานเรียกเสียงดัง
“ประกาศเรียกจ้าวฮุย อ๋องเจ็ด เข้าเฝ้า”
“ฮ่า ๆ ๆ...”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะกังวาน ชายร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งก้าวฉับ ๆ เข้ามาในตำหนักเฉิงเต๋อ
จ้าวฮุย อ๋องเจ็ด มีร่างกายสูงใหญ่กำยำ บ่ากว้างเอวหนา แตกต่างจากร่างกายอ่อนแอของจ้าวฉุนอย่างยิ่ง
“กระหม่อมผู้เป็นน้อง ขอถวายบังคมเสด็จพี่ ขอให้ใต้เท้าทุกท่านสุขสบาย”
ขุนนางหลายคนรีบประสานมือคำนับ
“ขอให้อ๋องเจ็ดทรงพระเกษมสำราญ”
จ้าวฉุนแย้มยิ้ม “จ้าวฮุย วันนี้เรียกเจ้ามาเข้าราชสำนักมิใช่เรื่องอื่น เจิ้นต้องการให้เจ้าดูแลกิจการทหารของต้าจง ภาระนี้หนักหนา เจ้ารู้หรือไม่?”
จ้าวฮุยค้อมกาย “ฝ่าบาท กระหม่อมย่อมทราบ หากต้องการดูแลกิจการทหารของต้าจง จะไม่มีทหารในมือไม่ได้ ไม่ทราบว่ากระหม่อมจะรับสมัครทหารใต้บังคับบัญชาสักส่วนหนึ่งได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
