เซวะ เซกิโอะกล่าวจบก็โบกมือ
หญิงสาววัยแรกแย้มหลายคนเดินเข้ามาจากนอกประตู แต่ละคนถือถาดเงินขาววาวเต็มมือ ก่อนจะก้าวย่างแผ่วเบามาหยุดกลางห้อง
“เห็นชัดแล้วหรือไม่ ที่นี่มีทั้งเงินและหญิงงาม ขอเพียงพวกเจ้ากล้าหาญ ก็ย่อมได้ครอบครอง”
ภายในห้องสลัวมีเทียนจุดอยู่หลายเล่ม แสงเทียนส่องกระทบเงินที่กองพูนอยู่บนถาดจนเปล่งประกายเย้ายวน
ในที่สุดนักเลงหัวไม้คนหนึ่งก็อดรนทนไม่ไหว ตะโกนถามเสียงดัง
“ท่านบอกมาเถิดว่าต้องการให้พวกเราทำอะไร”
“ดี เรื่องนี้ง่ายดายนัก เพื่อเมืองชุนเถียนของพวกเรา และเพื่อครอบครัวของพวกเจ้าเอง พวกเจ้าต้องชักชวนผู้คนให้มากขึ้น แล้วไปประท้วงการกระทำอันโหดเหี้ยมของชาวต้าจง”
มีคนในฝูงชนเอ่ยเสียงเบา
“พวกเขามีทั้งปืนและปืนใหญ่ ใครจะกล้าไปประท้วงพวกเขา”
เซวะ เซกิโอะโบกมือ “ไม่ได้ให้พวกเจ้าไปต่อต้าน เพียงแค่ประท้วงเท่านั้น ยืนอยู่บนถนนหรือหน้าประตูเรือนของพวกเขา ไม่พูดไม่ขยับ ยืนให้ครบวันกับคืนหนึ่ง ก็จะมารับเงินจากข้าที่นี่ได้”
“ไม่พูดไม่ขยับหรือ”
“พวกเจ้าไม่ต้องพูด หากมีใครถาม ย่อมมีคนออกไปสนทนาด้วยเอง”
“ยืนวันกับคืนหนึ่งจะได้เงินเท่าไร”
“ยิ่งยืนนาน เงินก็ยิ่งมาก วันกับคืนหนึ่งได้เงินเนื้อดีห้าตำลึง สองวันสองคืนได้ห้าสิบตำลึง”
เมื่อได้ยินค่าตอบแทนเช่นนี้ ในฝูงชนก็พลันเกิดเสียงถกเถียงอย่างคึกคัก
เซวะ เซกิโอะฉวยโอกาสกล่าวต่อ “ผู้ใดเป็นคนชักชวนคนมา ก็ให้ผู้นั้นมารับเงินจากข้า ยิ่งชักชวนคนได้มาก เงินก็ยิ่งมาก”
คนที่ถูกชักชวนมา ล้วนเป็นพวกใจกล้าและหัวแข็งในยามปกติ เมื่อได้ยินว่าผลตอบแทนมากมาย ทั้งงานก็ไม่ซับซ้อน ต่างก็เริ่มหวั่นไหว
