ชั่วพริบตาถัดมา หลินเฟิงก็ปรากฏตัวขึ้นในคุกใต้ดินของจวนต้วน
เขายื่นมือบีบโซ่เหล็กบนรั้วไม้ท่อนจนขาด เปิดประตูคุกเข้าไปปลดขื่อที่พันธนาการซ่งเฉินกับสวี่ชีออก
ทว่าทั้งสองกลับนอนแผ่หมดเรี่ยวแรงอยู่บนพื้น ไม่อาจลุกขึ้นได้
หลินเฟิงกวาดตามอง พบว่ากระดูกของทั้งคู่หักไปหลายท่อน จำต้องต่อกลับเข้าที่
โชคดีที่จิตสำนึกของหลินเฟิงแข็งแกร่ง เมื่อโคจรปราณแท้ ก็สามารถต่อกระดูกที่หักของทั้งสองให้เข้าที่ จากนั้นใช้ขื่อไม้ที่ผ่าออกตรึงไว้
ซ่งเฉินฟื้นขึ้นมาในยามนี้ บุรุษผู้เข้มแข็งเช่นเขาถึงกับหลั่งน้ำตา เสียงสะอื้นจนถ้อยคำขาดห้วง
“ท่านหมอมู่ชวน พระคุณช่วยชีวิตครั้งนี้ ซ่งเฉินไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร...”
หลินเฟิงขัดคำพูดของเขา
“พักรักษาตัวให้ดี วันหน้ายังต้องให้เจ้าทำงานอีก”
“หากไม่ยอมทำตามคำสั่ง ซ่งเฉินขอสาบานว่าจะปลิดชีพตนเอง ณ ที่นี้”
สวี่ชีเองก็ฟื้นขึ้นมาแล้วเช่นกัน เมื่อเห็นหลินเฟิงช่วยรักษาพวกเขา เขากลั้นไม่ไหวและร่ำไห้โฮออกมา
เขายังอายุน้อย จิตใจยากจะทนรับการทรมานเช่นนี้ อารมณ์จึงแทบแตกสลาย
หลินเฟิงไม่ได้ปลอบเขา ประสบการณ์อันเจ็บปวดเหล่านี้ เมื่อผ่านมามากเข้า จิตใจก็ย่อมแข็งแกร่งขึ้น
ห้องขังข้าง ๆ ยังมีหัวหน้าหน่วยองครักษ์ของต้วนจิ่งชิวถูกคุมขังอยู่ คนผู้นี้ก็ถูกซ้อมมาเช่นกัน คงเป็นเพราะภักดีต่อต้วนจิ่งชิว
หลังปล่อยทั้งสามคนแล้ว หลินเฟิงก็ลุกขึ้นเดินออกจากคุก
คราวนี้เองที่บ่าวเฝ้าคุกแตกตื่น เสียงร้องอุทานดังขึ้น ก่อนบ่าวและยามเฝ้าจวนจำนวนไม่น้อยจะกรูกันมาจากทุกทิศ
ยามเฝ้าจวนนับสิบถือดาบ ทวน และพลอง ล้อมกรูเข้ามาด้วยท่าทีดุดัน ครั้นเห็นคุณชายผู้หนึ่งสวมเสื้อคลุมยาว ดูบอบบางอ่อนแอ ในใจก็พลันมั่นใจขึ้น
