ฉู่ซานมองหลินเฟิงที่ถือดาบอยู่ พลางเลียริมฝีปาก
“เอ่อ...กับข้าวเตรียมเสร็จแล้วขอรับ เพียงแต่...เพียงแต่...”
เจ้าคนอ้วนขาวยกเท้าเตะเขาทันที “รีบพูดมาสิ เพียงแต่บ้าบออะไร!”
เขาเองก็ร้อนใจ รองหัวหน้าหน่วยแซ่มู่ผู้นี้เห็นชัดว่าไม่ใช่คนที่ควรหาเรื่อง หากยังอธิบายไม่กระจ่าง ตนคงต้องรับเคราะห์แทนผู้อื่นเป็นแน่
“ใต้เท้า ข้าวที่เหลืออยู่ถูกคนเอาไปหมดแล้ว...”
“ใครเอาไป?”
ผู้ติดตามของหลินเฟิงเข้าใจเรื่องขึ้นมา จึงซักถามทันที
“บอกว่า...บอกว่ารองหัวหน้าเฉินจะใช้ เดิมทีคิดจะทำเพิ่มอีกชุด แต่...แต่...”
หลินเฟิงขมวดคิ้ว “เฉินตงผิงหรือ?”
“...ขอรับ”
ฉู่ซานลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบรับ คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เขาล่วงเกินผู้ใดไม่ได้ทั้งนั้น
หลินเฟิงหันหลังเดินออกไปทันที ผู้ติดตามทั้งสองรีบตามไป
ภายในห้องเหลือเพียงเจ้าคนอ้วนขาวที่กุมไหล่ซึ่งเลือดไหล นั่งนิ่งงันไม่รู้จะทำอย่างไร
นี่ตนถูกฟันฟรีอย่างนั้นหรือ?
จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อได้รับหน้าที่ดูแลอาหารการกินของอัครมหาเสนาบดีและผู้ติดตามทั้งหลาย ย่อมแสดงว่าได้รับความไว้วางใจจากอัครมหาเสนาบดีอย่างยิ่ง
หากไม่ใช่คนที่ไว้ใจที่สุด ใครจะกล้ามอบหน้าที่ดูแลอาหารให้เล่า?
ดังนั้น ดาบนี้จะเป็นเพียงดาบธรรมดาได้อย่างไร นี่มันคือการหยามเกียรติ เป็นดาบที่ตบหน้าเจ้าหัวหน้าหูจนยับเยิน
หัวหน้าหูผู้มีร่างอ้วนขาวผลักหญิงรับใช้ที่วิ่งเข้ามาห้ามเลือกรักษาบาดแผลออกไป แล้วใช้มือป้ายเลือดไปทั่วร่างอ้วนขาวของตน
จากนั้นก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น ก้าวฉับ ๆ ออกจากห้อง มุ่งหน้าไปยังที่พักของอัครมหาเสนาบดีอย่างโซเซ ทิ้งเสียงร่ำไห้ไว้ตลอดทาง
