หลินเฟิงพยักหน้า “ในเมื่อถูกเปิดโปงแล้ว พวกเราคงต้องเปลี่ยนวิธีเดินทาง”
หงเซียวชะงักไป “แม่ทัพ พวกเขาคงยังไม่รู้ฐานะของท่านกระมัง?”
“ยามนี้ยังไม่รู้ แต่อีกไม่นานก็ต้องรู้ ในเมื่อมาทำการเช่นนี้ได้ ต่อให้สมองทึบไปบ้าง ก็คงไม่อาจมีชีวิตอยู่มาจนถึงบัดนี้”
“เช่นนั้นพวกเราจะไปอย่างไร?”
หลินเฟิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ทิ้งเสี่ยวตงไว้ ให้ปาซือมู่ช่วยดูแล แล้วจ้างเจ้าหน้าตายที่เพิ่งพบเมื่อครู่ เดินทางลัดไปยังป้อมหลิ่งโตวจื่อ”
หงเซียวเอ่ยอย่างตกใจ “พวกเราจะไปกันเองหรือ? ท่านรู้จักเส้นทางหรือ?”
หลินเฟิงยิ้ม “แต่ก่อนข้าใช้ชีวิตอยู่ในเจิ้นซี ย่อมคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นส่วนใหญ่”
“แต่ทิ้งเสี่ยวตงไว้ที่นี่จะปลอดภัยหรือ?”
“ปาซือมู่กับกานสือซานเดินทางบนเส้นนี้มาหลายปี ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้ข่าวคราวของพวกเราอย่างแน่ชัด ก็ไม่กล้าลงมือกับคนของเรา”
หงเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ได้ ข้าจะไปเจรจากับเจ้าหน้าตายนั่น”
หลินเฟิงพยักหน้าเห็นชอบ เขาคิดว่าเจ้าหน้าตายผู้นี้ยื่นมือช่วยเหลือในยามคับขันได้ คงไร้ภูมิหลัง แต่เป็นบุรุษที่มีเรื่องราวอยู่ในใจ คร่ำหวอดในยุทธภพมานาน จึงลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ตามใจตนเอง
การคาดเดาของหลินเฟิงถูกต้องแทบทั้งหมด มีเพียงเรื่องเดียวที่เขาคาดไม่ถึง เจ้าหน้าตายผู้นี้เป็นใบ้
อีกฝ่ายเดินตามหงเซียวมาพบหลินเฟิงอย่างไม่อิดเอื้อน และตกลงร่วมทางไปกับพวกเขา เขาทำท่าทางบอกว่าตนขับรถม้าเป็น ทั้งยังทำงานได้หลายอย่าง ขอเพียงมีข้าวกินก็พอ
