ทั้งสองรีบหันกลับ เดินไปรอต้อนรับที่หน้าประตู
“เหยียนเอ๋อร์อยู่หรือไม่?”
“ท่านแม่ ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว ท่านพ่อว่าอย่างไรบ้าง?”
หลี่ซินเหยียนโผเข้าไปกอดแขนหลี่จางซื่อ แล้วบิดกายออดอ้อน
หลี่จางซื่อเอ็นดู บีบจมูกนางเบา ๆ
“ผู้ใดกล้าไม่ไว้หน้าเหยียนเอ๋อร์ของเรา แม่จะให้ท่านพ่อถอนหมั้นเสีย”
หลี่ซินเหยียนเบิกตากว้าง ใบหน้าเปี่ยมด้วยความยินดี
“จริงหรือท่านแม่? โอ้ ท่านแม่ดีที่สุดเลย!”
ชั่วพริบตา เสียงหัวเราะของสตรีทั้งสามก็ดังขึ้นในห้อง
ทั้งสามหัวเราะหยอกล้อกันอยู่พักใหญ่ กว่าจะสงบเสียงลง
หลี่จางซื่อปรับสีหน้า แสร้งทำเป็นเคร่งขรึม
“เหยียนเอ๋อร์ แม่ช่วยเจ้ารับมือเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ เจ้าไม่ควรมีเรื่องใดปิดบังแม่กระมัง?”
หลี่ซินเหยียนยิ้มแย้ม “แน่นอน ท่านแม่เป็นคนที่สนิทสนมกับข้าที่สุดแล้ว”
หลี่จางซื่อพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดี บอกความจริงแม่มา ในใจของเหยียนเอ๋อร์มีคนอยู่แล้วใช่หรือไม่?”
ขณะกล่าว หลี่จางซื่อก็จ้องมองดวงตาบุตรสาวไม่วางตา
หลี่ซินเหยียนกลอกตาไปมาสองรอบ ใบหน้าเริ่มแดงระเรื่ออีกครั้ง
หลี่จางซื่อพลันเปลี่ยนสีหน้า “หากเจ้าไม่ยอมบอกแม่ก็ช่างเถิด เช่นนั้นแม่จะไปบอกท่านพ่อของเจ้า ไม่สนแล้วว่าเจ้าจะแต่งกับผู้ใด”
กล่าวจบก็หันหลัง ทำท่าจะเดินจากไป
หลี่ซินเหยียนรีบคว้าแขนหลี่จางซื่อไว้
“ช้าก่อนท่านแม่ ข้าบอกก็ได้”
“ดี รีบบอกแม่มา”
หลี่ซินเหยียนยื่นจดหมายในมือไปตรงหน้าหลี่จางซื่อ
“นี่อย่างไรเล่า ก็คือคนผู้นี้”
หลี่จางซื่อเป็นบุตรีตระกูลใหญ่ ย่อมอ่านออกเขียนได้ ทั้งยังรอบรู้มีความสามารถ
นางรับจดหมายมากวาดตามองครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตั้งใจพิจารณาอย่างละเอียด
“อืม เป็นบทกวีที่ดีจริง ๆ เขาแต่งหรือ?”
