หลินเฟิงประคองถ้วยชา จิบอย่างเชื่องช้า สายตาจับอยู่บนแผนที่ ขณะรับฟังคนทั้งสี่โต้เถียงกัน
เมื่อเห็นว่าเซี่ยจ้งเสียเปรียบทั้งสามคน จึงหันมาขอความช่วยเหลือ เขาก็ยิ้มออกมา
“กำลังพลของเรามีน้อย ทว่าอาวุธทรงอานุภาพ นับแต่เข้าสู่ต้าเหอมา เราเลือกใช้อาวุธปืนโจมตีเป็นหลัก แล้วเสริมด้วยการบุกทะลวงจากด้านหน้า ดังนั้นจนถึงบัดนี้ จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายจึงยังอยู่ในขอบเขตที่เราควบคุมได้”
กล่าวแล้ว เขากวาดตามองคนทั้งสี่
“วิธีบุกประชิดปะทะกันตรง ๆ ฟังดูสะใจ ทว่าทื่อเกินไป กลยุทธ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่พวกโจรสลัดยินดีเห็น”
เซี่ยจ้งเผยรอยยิ้ม “จริงด้วย พวกโจรสลัดโมโหก็เพราะโจมตีพวกเราไม่ถูกนี่เอง”
เวินเจี้ยนมีสีหน้าไม่เข้าใจ “ท่านอ๋อง ท่านเห็นว่าควรตีอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
หลินเฟิงใช้คางชี้ไปยังแผนที่
“พวกเจ้าคิดว่ากองทัพโจรสลัดจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป?”
เวินเจี้ยนรีบเอ่ยขึ้นก่อน “ตระกูลโทโยโทมิถูกตีจนพ่ายยับ ตระกูลโทกุงาวะถอนกำลังไปแล้ว กองทัพพันธมิตรฟูจิวาระก็หวาดกลัวจนถอยไปชิดกองทัพหลวงต้าเหอ เหลือเพียงเจ้าหมอนั่น ไทกิจิ ที่ยังเฝ้าอยู่ในค่ายไม่ขยับ ขั้นต่อไปกองทัพโจรสลัดทั้งสองฝ่ายคงคานอำนาจกัน แล้วเผชิญหน้ากับพวกเราต่อไป”
หลินเฟิงส่ายหน้า “ข้าคิดว่าพวกเขาจะถอนทัพ”
ทุกคนมองหลินเฟิงอย่างไม่เข้าใจ รอฟังคำกล่าวต่อ
หลินเฟิงกลับจิบชาอย่างไม่เร่งร้อน
“จุดประสงค์ของโจรสลัดคือยึดเมืองหลักสุ่ยเจ๋อ แต่เห็นชัดว่าไม่อาจทำสำเร็จ อีกทั้งแผนปิดล้อมเมืองสุ่ยเจ๋อก็ล้มเหลวไปแล้ว หากยังอยู่กลางทุ่งต่อไป จะมีความหมายอันใด?”
จ้าวซั่วขมวดคิ้ว “พวกเขากำลังรอกำลังเสริมอยู่หรือ?”
