หลังคากระเบื้อง ผนังก่ออิฐเขียว ประตูไม้กรอบเก่าคร่ำคร่า
เรือนเช่นนี้พบเห็นได้ทั่วเมืองเฉียน เป็นที่อยู่อาศัยสามัญที่สุด
ซ่งอี้หลับใหลอยู่ภายในเรือน ข้างกิ่งหลิวตรงสันหลังคา หลินเฟิงนั่งอยู่บนหลังคากระเบื้อง แยกขาทั้งสองข้างวางลงบนกระเบื้องสีคล้ำ
เขามีสีหน้าเรียบเฉย เหม่อมองกิ่งหลิวที่ห้อยอยู่ตรงหน้าและไหวเอนไปตามสายลม
ซ่งอี้เป็นคนรอบคอบและเจ้าแผนการอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงอายุสามสิบต้น ๆ ก็ได้เป็นผู้พิทักษ์ประจำกายของแม่ทัพใหญ่ฉุยย่ง ต่อมายังอดทนซ่อนโฉมหน้าอยู่หลายปี ก่อนแฝงตัวอยู่ข้างกายหลินเฟิง
สิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด ล้วนไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะทำได้
แม้แต่หลินเฟิงยังอดชื่นชมความสามารถและเล่ห์เหลี่ยมของซ่งอี้ไม่ได้
น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ของซ่งอี้คือหลินเฟิง ผู้เหนือกว่าคนทั่วไปมาก ทั้งยังเป็นคนที่ยากจะเข้าใจได้ด้วยสามัญสำนึก
ยามนี้หลินเฟิงกำลังรออยู่ จากพฤติการณ์ต่าง ๆ ของซ่งอี้หลังเข้าเมือง ก็พอจะยืนยันได้ว่าอีกฝ่ายก็กำลังรอ รอให้มีคนมารับช่วงติดต่อ
ดังนั้น หลินเฟิงต้องพิสูจน์ฐานะของซ่งอี้ให้แน่ชัด จนอีกฝ่ายไม่อาจแก้ตัวได้ จึงจะทำลายกำลังใจของซ่งอี้และทำให้เขายอมเขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมาออกมาแต่โดยดี
เรื่องราวในนั้นคดเคี้ยวอยู่บ้าง จนหลินเฟิงเองก็ยังปะติดปะต่อเงื่อนงำบางประการไม่ได้
ซ่งอี้นอนอยู่ในเรือนใต้ตัวหลินเฟิง ต่อให้ประมุขของสามสำนักใหญ่พากันมาที่นี่ เกรงว่าก็คงช่วยซ่งอี้ไปไม่ได้
หลินเฟิงนั่งอยู่เช่นนั้น ตั้งแต่หลังเที่ยงไปจนถึงยามค่ำ แล้วจากยามค่ำจนรุ่งสาง
เสียงไก่ขันและสุนัขเห่าดังขึ้นทั่วเมืองเฉียน
