เหรินตัวจิ้นจงพลันกระจ่าง “อ้อ ที่แท้ความมั่งคั่งของเมืองเจิ้นซีเป็นเพราะใช้น้ำของพวกเรา”
“จะกล่าวเช่นนั้นก็ได้”
“เช่นนั้นก็จัดการง่ายแล้ว ตัดก็จบกันไป ไม่มีอะไรต้องพูด น้ำของข้าไม่ให้พวกเขาใช้ แล้วจะทำไม?”
เหรินตัวจิ้นจงเชิดคอ จ้องซือหม่าเซินเขม็ง
ซือหม่าเซินยิ้มขื่น “ท่านแม่ทัพใหญ่ มิใช่ข้าใช้น้ำ แต่เป็นเมืองเจิ้นซีต่างหาก”
“ถูกต้อง ข้าไม่ให้เมืองเจิ้นซีของพวกเขาใช้น้ำ!”
ซือหม่าเซินรีบอธิบาย
“ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านแม่ทัพใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่องสำคัญ บัดนี้ฝ่าบาทส่งราชทูตไปทำข้อตกลงสงบศึกกับกองทัพเจิ้นซีแล้ว หากตัดแหล่งน้ำของเมืองเจิ้นซีในยามนี้ ย่อมเท่ากับก่อความขัดแย้งขึ้นอีกครั้ง มีโอกาสสูงที่จะจุดชนวนสงครามอีกหน”
“เช่นนั้นก็รบสิ ใครกลัวใครกัน?”
ซือหม่าเซินกล่าวอย่างจนใจ “ท่านแม่ทัพใหญ่ ฝ่าบาทมีพระบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร ห้ามปะทะกับกองทัพเจิ้นซี อีกทั้งท่านถ่งหลิ่งก็มีคำสั่งเด็ดขาด พวกเราจะขัดคำสั่งมิได้กระมัง”
เหรินตัวจิ้นจงยังคงแข็งกร้าว “เรื่องนี้ข้ารู้ บัดนี้เป็นกองทัพเจิ้นซีที่ล่วงล้ำพรมแดนเข้ามารุกรานซีเซี่ยเอง แล้วเช่นนี้ยังรบมิได้หรือ?”
“หากเป็นยามปกติย่อมรบได้ แต่เป้าหมายสำคัญของพวกเราในยามนี้คือหลี่จี้ผิงแห่งหยินโจว ควรหลีกเลี่ยงการปะทะกับกองทัพเจิ้นซีให้มากที่สุด เพื่อมิให้แผนการใหญ่ของฝ่าบาทเสียหาย”
เหรินตัวจิ้นจงกลอกตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เอาเถิด ต่อให้ฝ่าบาทมีรับสั่งเช่นนั้น แต่เจ้าก็เห็นแล้วว่ากองทัพเจิ้นซีจะซ่อมคลองส่งน้ำ ฟื้นฟูการส่งน้ำ จำเป็นต้องยกทหารม้าศึกหนึ่งหมื่นนายข้ามพรมแดนมาด้วยหรือ? คนอื่นจะคิดเช่นไร?”
