ประตูเมืองทั้งสี่แห่งมีกองทัพผ้าโพกหัวดำประจำการอยู่ พวกเขาเปิดประตูเมืองและลดสะพานชักลง
จากนั้นมวลชนสีดำก็ทะลักออกนอกเมืองราวกระแสน้ำหลาก
พวกเขาไม่ได้บุกโจมตี หากแต่แตกพ่ายหนีตายไปคนละทิศละทาง
แทบอยากจะหนีให้พ้นจากสถานที่แห่งบาปเบื้องหลังในชั่วพริบตา หนีจากหุบเหวที่สวรรค์ลงทัณฑ์
จิตใจของชิวเจี้ยพังทลายเช่นกัน เขาพาคนไปหลบอยู่แนวหลังสุด ห่างจากแนวรบของเมืองซ่างหลิน เดิมคิดว่าอาศัยเวลา จะสามารถฟื้นฟูศรัทธาของกองทัพผ้าโพกหัวดำขึ้นมาใหม่ได้
ใครจะรู้ว่าหลินเฟิงกลับตามมาถึงที่นี่โดยเฉพาะ แล้วโจมตีจุดอ่อนของเขาอย่างหนักหน่วง
วิธีการรบเช่นนี้ เขาต้านทานไม่ไหวจริง ๆ
ราตรีมืดมิด แสงเพลิงพวยพุ่งขึ้นทั่วเมือง เสียงตะโกนเข่นฆ่าดังไปทุกหนแห่ง
ชิวเจี้ยรู้ดีว่ากองทัพผ้าโพกหัวดำของตนกำลังถูกสังหารฝ่ายเดียว
แต่เขาไร้กำลังจะทำสิ่งใด ได้แต่พาหน่วยองครักษ์ของตนฉวยโอกาสมุ่งหน้าไปยังประตูทิศตะวันออก
เขาหวังว่าเมืองเจิ้นซึ่งอยู่ใกล้เมืองคุนที่สุด เมื่อได้ยินเสียงแล้วจะนำทหารมาช่วยเหลือ
หลังหนีออกจากเมืองคุน กองทัพผ้าโพกหัวดำก็ไม่รู้ทิศทาง ได้แต่พุ่งเข้าไปในทุ่งนา
กองทัพผ้าโพกหัวดำ 40,000 นายทะลักออกจากประตูเมืองทั้งสามแห่ง ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี พวกเขาไม่อาจมองเห็นทิศทางได้
ลองนึกภาพดูเถิด ทั่วทั้งขุนเขาและทุ่งกว้างเต็มไปด้วยเงาร่างที่แตกตื่นวิ่งหนีของพวกเขา
ความมืดมิดมอบความรู้สึกปลอดภัยให้พวกเขาอยู่บ้าง ตราบใดที่หนีให้พ้นจากสถานที่อันชั่วร้ายเบื้องหลัง ก็อาจได้รับการไถ่บาป
ทว่าไม่ว่าพวกเขาจะหนีออกจากประตูเมืองใด นอกเมืองไปไม่ไกลก็มีทหารองครักษ์หลวงแห่งต้าจงซุ่มดักอยู่
กำลังรอให้กองทัพผ้าโพกหัวดำที่แตกกระเจิงเข้ามาติดกับด้วยตนเอง
