หลินเฟิงสะบัดรายงานในมือ “นั่นสิ คาดว่าระหว่างทางที่คุมตัวกลับนครหลวง คงตายไปเกินครึ่ง”
เผยชีอินถอนใจเบา ๆ “ต่อให้แม่ทัพคิดช่วย ก็ไม่ทันการณ์แล้ว ทัพหลวงต้าเจิ้งเกือบสามหมื่นนายคุมตัวไป หากพวกเราไปทัน เกรงว่าคงต้องเปิดศึกกับต้าเจิ้ง”
หลินเฟิงใช้นิ้วเคาะโต๊ะ ขมวดคิ้วครุ่นคิด
ทันใดนั้น เขาก็ลุกขึ้นเดินไปที่แผนที่ แล้วมองตามเส้นทางไปทางเมืองจิงซี
นิ้วของเขากลับชี้ไปยังแม่น้ำจิ้นที่ลากเป็นเส้นสีแดง ไล่ไปจนถึงฝั่งตะวันตกของนครหลวง
นิ้วของหลินเฟิงหยุดลงตรงท่าเรือแห่งหนึ่งทางใต้ของนครหลวง
“ทางใต้ของเมืองจิงซีลงไปจนถึงเมืองจิงหนาน บนแม่น้ำจิ้นมีท่าเรือทั้งหมด 17 แห่ง แต่มีเพียง 3 แห่งที่ให้คนหลายหมื่นข้ามแม่น้ำได้”
เนื่องจากเกิดสงครามต่อเนื่องหลายปี สะพานบนแม่น้ำจิ้นแทบถูกทำลายจนหมด เหลือเพียงสะพานเดียว ซึ่งอยู่เหนือลำน้ำของเมืองซ่างหลิน
เผยชีอินเบิกตากว้าง จ้องเส้นสีแดงบนแผนที่
“แม่ทัพ หมายความว่า...”
“ข้าอยากลองดูอานุภาพของเรือเจิ้นซีหมายเลขสอง”
“จะลองอย่างไรหรือ?”
หลินเฟิงหันกลับมา มองสีหน้างุนงงของเผยชีอิน
“ไป ตามข้าไปเล่นกับทัพหลวงต้าเจิ้งสักหน่อย”
กล่าวจบ เขาก็โบกมือ “รวมพลหน่วยองครักษ์ ตามข้าขึ้นเรือ”
เวินเจี้ยนได้ยินคำสั่งก็วิ่งออกไปจัดกำลังพลทันที
ส่วนเย่เหลียงไฉกับปู้หยุนถิงช่วยหลินเฟิงเก็บสัมภาระ
หนึ่งชั่วยามครึ่งให้หลัง เรือเจิ้นซีหมายเลขสองค่อย ๆ ออกจากท่า มุ่งสู่ใจกลางแม่น้ำจิ้นอันกว้างใหญ่
เรือเจิ้นซีหมายเลขสองมีขนาดยาวและกว้างกว่าเรือเจิ้นซี ทั้งยังปรับปรุงอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้แล่นได้เร็วขึ้นไม่น้อย
