ท่านรองต้วนกระวนกระวายใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขารู้ดีว่าตนปฏิบัติต่อต้วนซานเหนียงเช่นไร มู่ชวนย่อมไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ เป็นแน่
เพียงคิดถึงเรื่องนี้ ขาทั้งสองข้างก็อ่อนแรงจนยืนแทบไม่อยู่
เคราะห์ดีที่องครักษ์ผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ข้างกายมีไหวพริบ รีบยื่นมือมาประคองแขนเขาไว้
แม่ทัพฮั่วงุนงง หันไปมองท่านรองต้วน
“ท่านรอง เรื่องนี้...”
“ปล่อย...ปล่อยคนไปเถิด นี่เป็นเรื่องในตระกูลต้วน ที่นี่ไม่มีโจรป่า ขอแม่ทัพฮั่วโปรดอภัย ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ข้าต้วนจะมอบให้ตามสมควร”
แม่ทัพฮั่วพยักหน้าอย่างครุ่นคิด ก่อนโบกมือครั้งหนึ่ง
“ทุกคนฟังคำสั่ง ถอนกำลังออกจากจวนต้วน”
ทหารรักษาพระองค์หลายร้อยนายยกกำลังมาอย่างรวดเร็ว และจากไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน พวกเขาทยอยออกจากลานใหญ่ของจวนต้วน ราวกับกระแสน้ำยามน้ำลง
ทหารนายหนึ่งก้าวออกมายกพลธนูที่หลินเฟิงซัดตกจากหลังคาขึ้น แล้วจากไปโดยไม่เอ่ยสักคำ
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ตระกูลต้วนจะจ่ายค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน ทั้งยังให้มากกว่างานอื่น ผลประโยชน์จึงงามยิ่ง
ดังนั้น ไม่ว่าจะบุกเข้าหรือถอนกำลัง เหล่าทหารต่างทำอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว ยิ่งกว่าตอนปฏิบัติภารกิจทางทหารอื่นเสียอีก
เมื่อต้วนจิ่งชิวได้ฟังคำพูดของท่านปู่ ในใจก็รู้สึกซับซ้อนยิ่ง นางเงยหน้ามองมู่ชวนซึ่งนั่งอยู่บนสันหลังคาผ่านม่านน้ำตาพร่าเลือน
แม้นางจะมองคนไม่ผิด รู้ว่าบุรุษผู้นี้มีความสามารถเหนือธรรมดา แต่ใครจะคิดว่าความสามารถของเขาจะยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ เกรงว่าความหวังของนางคงต้องสูญเปล่า บางทีเขาอาจไม่เคยใส่ใจนาง ผู้ได้ชื่อว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งลั่วเฉิงเลยด้วยซ้ำ
ถึงกระนั้น ความงามของนาง ประกอบกับกิจการและทรัพย์สินของตระกูลต้วน ก็น่าจะเพียงพอให้มู่ชวนใส่ใจอยู่บ้าง
