หากตนสามารถยึดครองแปดเมืองเจิ้นซีได้อีกครั้ง ผนวกกับกำลังรบของกองทัพเจิ้นซี ก็ย่อมยกทัพบุกนครหลวง สังหารฮ่องเต้ต้าเจิ้ง จ้าวเจิง แล้วรวบรวมแผ่นดินต้าจงให้เป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งได้เป็นแน่
เพียงนึกถึงเรื่องนี้ โลหิตในกายก็พลุ่งพล่านขึ้นมาแล้ว
ตามแผนของขุนนางอาวุโสหลายคน จ้าวฉุนเริ่มแต่งตั้งขุนนางอย่างกว้างขวาง ทั้งยังให้คำมั่นว่าจะมอบตำแหน่งสูงและผลประโยชน์งามแก่พวกเขา วาดวิมานไว้เบื้องหน้า
ขอเพียงโน้มน้าวขุนนางตามหัวเมืองเหล่านั้นได้ ก็จะได้เป็นขุนนางชั้นสูงแห่งราชสำนักต้าจงสายเลือดแท้
แม้แต่ขุนนางทั้งบนและล่างที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ในหัวเมือง ขอเพียงปฏิบัติตามราชโองการ ก็จะได้เลื่อนตำแหน่งและบรรดาศักดิ์
ถึงอย่างไรจ้าวฉุนก็เป็นตัวแทนของราชวงศ์ต้าจงสายเลือดแท้ แม้ทุกคนจะเข้าใจดีว่าเขากำลังวาดวิมานให้เหล่าขุนนาง แต่ก็มีขุนนางไม่น้อยที่หวั่นไหว
พวกเขากำราชโองการไว้ในมือ แล้วลอบซ่อนไว้ในบ้านของตน
ในบรรดาขุนนางที่หวั่นไหว ผู้มีตำแหน่งสูงที่สุดคืออู๋รั่วหลิน ผู้ว่าการเมืองจิงซี เขาเป็นจิ้นซื่อแห่งราชสำนักต้าจง ทั้งการศึกษาและชาติกำเนิดล้วนหล่อหลอมให้ยึดถือแนวทางสนับสนุนราชวงศ์สายเลือดแท้
ทั้งยังเป็นขุนนางเพียงคนเดียวที่หลินเฟิงเก็บไว้ หลังยึดครองแปดเมืองเจิ้นซีได้ โดยคงผู้ว่าการคนเดิมไว้ในตำแหน่ง
ในความคิดของอู๋รั่วหลิน ต่อให้ตนอยู่ใต้การปกครองของหลินเฟิง แล้วอย่างไรเล่า? หลินเฟิงก็ยังเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งราชสำนักต้าจงมิใช่หรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งต้าจงอย่างหลินเฟิงอยู่ในสภาพไม่พบทั้งคนและศพ ใครจะรู้ว่าภายหน้าจะเป็นเช่นไร
