เผยชีอินทำได้เพียงเดินวนไปมาอย่างกระอักกระอ่วนอยู่ในลานบ้าน ภายในใจหวังว่าผู้ดูแลใหญ่ไป๋จะใช้ความอ่อนหวานผูกใจหลินเฟิงไว้ได้
ทว่านางก็รู้ว่าความคิดของตนไม่เป็นจริง หลินเฟิงก้าวจากทหารราบมาจนถึงวันนี้ได้ ย่อมมิใช่บุรุษที่จะถูกสตรีคนใดชักจูงได้
เพียงแต่หลินเฟิงกำลังจะออกเดินทางไกลสู่มหาสมุทรอันลึกล้ำ การจากไปครานี้ทำให้เผยชีอินรู้สึกว่างเปล่าและเจ็บปวดในใจ ราวกับสูญเสียหลักยึดเหนี่ยว จนแทบประคองร่างตนไว้ไม่อยู่
แน่นอนว่า คนที่คิดเช่นเดียวกับเผยชีอินมีอยู่ไม่น้อย ทว่าล้วนไม่อาจห้ามปรามการตัดสินใจของหลินเฟิงได้
ไป๋จิ้งน่าจะเป็นปราการด่านสุดท้ายที่อาจขัดขวางหลินเฟิงไม่ให้ออกเดินทาง
เกาะใหญ่แห่งต้าเหอส่งเรือรบ 200 ลำ พร้อมทหารชั้นยอดกว่า 50,000 นาย บุกมาถึงชายฝั่งต้าจงด้วยท่าทีมุ่งมั่นไม่หวั่นเกรง
ใครจะรู้ว่ากองเรือทั้งสามชุดต่างพ่ายแพ้ทยอยกันกลับไป
พวกเขาทิ้งเรือรบ 110 ลำและทหารชั้นยอดกว่า 21,000 นายไว้ที่ชายฝั่งต้าจง ก่อนล่าถอยกลับเกาะใหญ่แห่งต้าเหออย่างสะบักสะบอม
นับจากต้นจนจบกินเวลานานกว่าหนึ่งเดือน นอกจากสู้รบตามชายฝั่งต้าจงห้าหกวันแล้ว เวลาที่เหลือล้วนหมดไปกับการเดินทางทางทะเล
เพียงห้าหกวันเท่านั้น กลับถูกตีจนอยู่ในสภาพเช่นนี้
หัวหน้ากองเรือทั้งสามชุดต่างแทบไม่กล้าเงยหน้า
ผู้ที่สูญเสียกำลังพลและเรือน้อยที่สุดคือโทกุงาวะ โยตะ เขาเฉลียวฉลาดที่สุด เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงสั่งถอนกำลังแต่เนิ่น ๆ ทำให้รักษาเรือรบและกองทัพไว้ได้มากที่สุด
ผู้ที่สูญเสียมากที่สุดคือทากาฮาชิ คิฮาระ นอกจากเสียทหารห้าพันนายที่พยายามขึ้นฝั่งแล้ว ยังเสียเรือรบไปกว่าครึ่งในการรบทางทะเล
