หลินเฟิงพาคนมุ่งหน้าเข้าเรือนจำอย่างเร่งร้อน ได้เห็นกับตาว่าคนที่ตายไปแล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์
น่าเริ่นผู้นี้ผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพและหลินเฟิงด้วยตนเองมาแล้ว
หลินเฟิงมองน่าเริ่นตรงหน้า ซึ่งกำลังปรายตามองเขาด้วยแววตาดูแคลน
ในใจอดทอดถอนใจมิได้
ช่างมีฝีมือยอดเยี่ยม เป็นผู้วิเศษเหนือสามัญจริง ๆ
หลินเฟิงกวาดตามองน่าเริ่นตั้งแต่หัวจรดเท้าหลายครั้ง ก่อนคลี่ยิ้ม
“เฮ้ เจ้าหนุ่ม เล่นกลเช่นนี้กับข้า ไม่กลัวว่าข้าจะผ่าท้องเจ้าเพื่อตรวจดูหรือ?”
น่าเริ่นแค่นเสียงอย่างดูแคลน
“ท่านป๋อจะคาดการณ์ไม่ถึงได้อย่างไร”
“ท่านป๋อ? อ้อ ป๋อหนานจื่อนั่นสินะ แต่เขาก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไป”
ดวงตาสีฟ้าของน่าเริ่นหม่นลงเล็กน้อย
“ลิขิตสวรรค์...มีเพียงลิขิตสวรรค์เท่านั้น”
หลินเฟิงพยักหน้าให้เขา
“ดี เจ้ามีความคิดเช่นนี้ก็ดีแล้ว กล้ามาวางแผนใส่ข้า ก็จงคิดถึงผลที่จะตามมาให้ดี”
“ความตายน่ะ ข้าไม่กลัว”
น่าเริ่นกล่าวอย่างดุดัน
หลินเฟิงหันหลังพลางส่ายหน้า “บิดาเจ้าไม่ได้คิดเช่นนั้น ข้าตั้งตารอดูว่าเขาจะเสนอราคาสูงเพียงใด”
กล่าวจบก็เดินออกจากกรงขังด้วยฝีเท้ากว้าง พลางสั่งผู้คุมหลายคนอย่างไม่ใส่ใจ
“ปิดข่าว คุมตัวให้เข้มงวด เจ้าหมอนี่มีค่ามหาศาล”
ผู้คุมหลายคนยืดอกพลางขานรับเสียงดังทันที
หลินเฟิงเดินออกจากประตูเรือนจำ แล้วผ่อนฝีเท้าลง ระหว่างทางครุ่นคิดว่าป๋อหนานจื่อจะรับมืออย่างไรต่อไป
ตาเฒ่าผู้นี้ไม่ธรรมดา ถึงกับแสดงละครจนเขาเชื่อสนิท
ย่อมมิใช่คนไร้ชื่อเสียงแน่
หลินเฟิงพาองครักษ์หลายคนกลับมาถึงหน้าประตูเรือนกองบัญชาการ
เขาเดินเข้าไปอย่างสบายอารมณ์
