“เฮ้ พี่เซี่ย ท่านว่าอ๋องของเราจะไปเป็นฮ่องเต้แห่งต้าจงหรือไม่?”
เวินเจี้ยนใช้ไหล่กระทุ้งเซี่ยจ้ง แล้วถามเสียงเบา
เซี่ยจ้งขมวดคิ้ว “ยากจะบอก ด้วยนิสัยของท่านอ๋อง ชอบเป็นผู้ดูแลที่ไม่ต้องลงมือเองที่สุด หากได้เป็นฮ่องเต้ คงยุ่งจนหัวหมุน”
เซี่ยจ้งแค่นเสียงดูแคลน
“ชิ ไม่เห็นฮ่องเต้องค์ไหนยุ่งจนตายในอ้อมอกสตรีสักองค์”
“ไม่ยุ่งก็ได้ แต่บ้านเมืองล่มสลายไปแล้ว”
“ก็จริง มัวแต่ยุ่งกับฝ่ายใน ฮ่า ๆ จนทำให้บ้านเมืองหายไปทั้งแผ่นดิน”
เซี่ยจ้งหยิบเสบียงแห้งจากเอวมากัดคำหนึ่ง เคี้ยวพลางพูด
“หญิงงามในวังหลังมีถึงสามพันคน เฮ้อ เป็นบุรุษก็อยู่ได้ไม่นานหรอก”
“พอเถอะท่าน พูดราวกับเคยลองมาแล้ว ที่จริงคงได้แต่ริษยาเสียมากกว่า”
“ข้าไม่ริษยาหรอก ติดตามท่านอ๋องไป วันหน้าก็แต่งภรรยาสักคน มีภรรยาลูกเต้าอยู่พร้อมหน้า ได้ใช้ชีวิตสุขสบายที่สุด”
แววตาของเวินเจี้ยนพลันเปล่งประกาย เขาเงียบไป คล้ายกำลังวาดฝันถึงชีวิตที่เซี่ยจ้งกล่าวถึง
ผ่านไปครู่ใหญ่
“พี่เซี่ย ท่านว่าเมืองต้าเหอนี่จะเป็นศึกสุดท้ายของกองทัพเจิ้นซีหรือไม่?”
“อืม น่าจะใช่ ทั่วทั้งต้าจงล้วนเป็นแผ่นดินของกองทัพเจิ้นซีแล้ว ยังจะมีศึกที่ไหนให้รบอีก?”
“เฮ้อ ข้าก็อยากแต่งภรรยาสักคน กลับบ้านไปใช้ชีวิตสงบสุขเหมือนกัน เพียงแต่สตรีมีน้อยเหลือเกิน จะไปหาภรรยาจากที่ใดได้?”
เวินเจี้ยนกล่าวพลางทำหน้ากลัดกลุ้ม
“นั่นสิ ต้าจงทำสงครามต่อเนื่องมาหลายปี ไม่เพียงประชากรลดน้อยลง สตรีก็มีอยู่น้อยนิด ในกองทัพเจิ้นซี ส่วนใหญ่ล้วนเป็นชายโสด”
เซี่ยจ้งถอนใจอย่างจนปัญญา
เวินเจี้ยนหันไปมองกำแพงเมืองไกล ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเบาอย่างฉับพลัน
