เผยชีอินกำลังครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ครั้นได้ยินเสียงน้ำไหลเชี่ยวกราก จึงเอ่ยขึ้นราวกับเข้าใจแจ่มแจ้ง
“ต้องมาจากแม่น้ำเหยียนถงเป็นแน่ เรือโจรสลัดของพวกโจรสลัดแล่นเข้ามาจากชายฝั่งไม่น้อย”
“เช่นนี้มิเท่ากับกำลังจะล้อมลั่วเฉิงหรือ?”
“คาดว่าพวกมันคงคิดเช่นนั้น และกำลังลงมืออยู่ด้วย”
เฉียวจวี้ซานกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า “หัวหน้า ให้ข้าไปจัดการพวกมันเถิด”
เผยชีอินลังเลอยู่ชั่วครู่ ทิศทางนี้ขวางเส้นทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไป หากต้องการอ้อมไป เกรงว่าจะเบี่ยงออกนอกทาง และหากหลงทางแม้เพียงเล็กน้อย ก็ต้องเดินอ้อมไปอีกไกล
คนสามสิบคน น่าจะจัดการได้ไม่ยาก
นางเงี่ยหูฟังอย่างละเอียด รอบด้านทั้งใกล้และไกลไม่มีสิ่งผิดปกติอื่นใด
“ตกลง พวกเราสามคนแยกกันไปคนละทิศ คอยดูความเคลื่อนไหวของจวี้ซาน แล้วลงมือพร้อมกัน พยายามอย่าให้เกิดเสียงจนเปิดเผยตัว”
ความหมายของนางคือไม่คิดจะใช้อาวุธปืน แต่จะลงมือด้วยอาวุธเย็น
อีกสองคนเข้าใจพร้อมกัน ต่างพยักหน้า แล้วเริ่มเคลื่อนแยกไปทางซ้ายและขวาอย่างเงียบเชียบ
ส่วนเผยชีอินยังคงมุ่งหน้าไป ค่อย ๆ เข้าใกล้กลุ่มโจรสลัด
เมื่ออยู่ห่างจากกองไฟราวเจ็ดหรือแปดก้าว นางก็หยุด เคลื่อนไหวเบามือชักมีดสามคมออกมา
เผยชีอินเป็นนักฆ่ามาหลายปี การลอบสังหารเช่นนี้หาได้ยากเย็นสำหรับนางไม่
นางซุ่มนิ่งเงียบ รอให้เฉียวจวี้ซานลงมือ
พวกโจรสลัดไม่รู้เลยว่าภัยกำลังย่างกรายเข้ามา ยังคงพูดคุยหัวเราะ บางคนยกไหสุราขึ้นดื่ม โดยไม่รู้สึกถึงความตายที่กำลังใกล้เข้ามาแม้แต่น้อย
เฉียวจวี้ซานมาถึงจุดที่ห่างจากกองไฟสิบกว่าก้าว พลันลุกขึ้นยืน ออกแรงถีบพื้น ร่างใหญ่โตทะยานขึ้นกลางอากาศ กระบองเหล็กชูสูง วาดเป็นเส้นโค้งกลางเวหา ก่อนฟาดลงอย่างเงียบเชียบบนศีรษะของโจรสลัดหลายคนที่รวมกลุ่มกันอยู่
