หลินเฟิงสบถด่าอยู่ในใจ ยายเฒ่าคนนี้ช่างใจดำยิ่งนัก ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ยกมือเพียงครั้งเดียวก็ทำลายวิชาของเขาจนสิ้น
น่าเสียดายที่ไม่ได้พกปืนลูกโม่มาด้วย มิฉะนั้นยามนี้เขาคงไม่ถึงกับสู้ยอดฝีมือยุทธภพธรรมดาสักคนไม่ได้
ในใจด่าทออยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็อดทอดถอนใจไม่ได้
ครานี้เขาคงไม่นับเป็นศิษย์ของอารามอวี้เฉวียนแล้วกระมัง?
ยายเฒ่าผู้นี้ไม่ได้ฆ่าเขา เพียงทำลายวิชาของเขา มิใช่เพราะมีเมตตา หากแต่เก็บชีวิตเขาไว้เพื่อตามหาบุตรชาย
หากได้ข่าวคราวของบุตรชายเมื่อใด ชะตากรรมของเขาก็คงไม่ดีไปกว่ายามนี้
ที่นี่คือจุดนัดพบที่ชูฉินกับพวกนางกำหนดไว้ ข้าวที่แขวนอยู่เหนือกองไฟยังไม่ทันสุก หลินเฟิงก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินมาจากที่ไกล
เพียงมองท่วงท่ายามก้าวเดินก็รู้ว่านางมีเสน่ห์ไม่น้อย รูปร่างยังคงได้สัดส่วนอย่างยิ่ง
เมื่อนางเดินเข้ามาใกล้ หลินเฟิงจึงเห็นโฉมหน้าชัดเจน นางงดงามสมคำร่ำลือ ใบหน้าหยกผุดผ่องดุจวสันต์ ชวนให้ผู้พบเห็นยากจะลืมเลือน
สตรีผู้นั้นก้าวไปข้างหน้า ประสานมือคารวะชูฉิน
“ท่านอาจารย์ กลับมาก่อนแล้วหรือเจ้าคะ”
ชูฉินไม่กล่าว เพียงพยักหน้า
สตรีผู้นั้นหันมามองหลินเฟิงแวบหนึ่ง ก่อนเผยรอยยิ้มจนเห็นฟันขาวเรียงสวย
“ท่านอาจารย์ คนผู้นี้คือหลินเฟิงใช่หรือไม่ ท่านจับตัวมาแล้วหรือเจ้าคะ”
หลินเฟิงกลอกตาใส่นาง มือหนึ่งใช้ไม้ที่เหลาไว้คนโจ๊กในหม้อเหล็กผุพังซึ่งแขวนอยู่เหนือกองไฟ
หม้อใบนี้เป็นของที่ชูฉินหาได้จากหมู่บ้าน
สำหรับนางแล้ว การหาของสักชิ้นในสภาพแวดล้อมเช่นนี้มิใช่เรื่องยาก
