สิ้นเสียงตวาดกร้าว ทหารนับร้อยก็ส่งเสียงอื้ออึง ชักดาบเอวออกมาพร้อมกัน แสงคบเพลิงสะท้อนคมดาบเป็นประกายเย็นวาบ
น่าเสียดาย แม้พวกเขาจะเคลื่อนไหวเช่นนี้ ก็ยังไม่อาจทำให้อีกฝ่ายถอยแม้แต่ครึ่งก้าว สีหน้าของคนเหล่านั้นยังไม่เปลี่ยนแปลง
ไป่ฟูจ่างผู้เป็นหัวหน้าถึงกับตะลึง ขู่กันถึงเพียงนี้ยังไม่กลัว แล้วจะทำอย่างไรดี?
เขาจำต้องหันไปมองอู๋ฮ่าวเวยอย่างจนปัญญา
แม้อู๋ฮ่าวเวยจะสั่งให้สังหารโดยไม่ละเว้น ทว่าก็เพียงใช้ข่มขู่อีกฝ่ายเท่านั้น เขาไม่กล้าลงมือจริง
คนเหล่านี้ล้วนเป็นชาวเมืองหลวง หลายคนที่ยืนอยู่แถวหน้าดูคุ้นหน้าอยู่ราง ๆ
คลับคล้ายว่าเป็นคนของกลุ่มอิทธิพลใดสักกลุ่ม อู๋ฮ่าวเวยจำไม่ได้ บางทีอาจเคยดื่มสุราด้วยกันก็เป็นได้
ในใจเขาครุ่นคิดว่าเรื่องนี้ยุ่งยากแล้ว
อู๋ฮ่าวเวยลอบถอนใจ เห็นทีเรื่องราวจะเลวร้าย
ทั้งสองฝ่ายยื้อกันไม่เลิกรา อู๋ฮ่าวเวยจึงทำได้เพียงให้ทหารใต้บังคับบัญชาอ้อมไปแจ้งผู้บังคับบัญชา
เหตุการณ์เช่นนี้มิได้เกิดขึ้นเฉพาะที่อู๋ฮ่าวเวยเท่านั้น ถนนสายหลักหลายสายภายในนครหลวงล้วนถูกชาวเมืองหลายพันคนปิดกั้น
ชาวเมืองที่ถูกยึดเสบียงเหล่านี้เห็นว่าปากท้องกำลังมีปัญหา ไหนเลยจะยังคำนึงถึงความปลอดภัยเรื่องอื่น เมื่อมีคนชักชวนและปลุกระดม พวกเขาต่างพากันออกมาบนถนน ยืนเรียงแถวขวางอยู่เบื้องหน้าดาบและทวนของทหารองครักษ์หลวง
ทุกคนประหนึ่งห่อดินปืนที่พร้อมลุกไหม้ ในอกอัดแน่นด้วยโทสะ
ยามอยู่เพียงลำพัง พวกเขาไม่กล้าส่งเสียงต่อต้าน แต่เมื่อคนหลายพันมายืนรวมกัน ความกล้าก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด เกิดความรู้สึกไม่หวั่นเกรงสิ่งใด
